
โบรกเชียร์ซื้อ BEM รับอานิสงส์ “ดับเบิลเด็ค” หนุนรายได้ ชูเป้า 10.50 บาท
“รมว.คมนาคม” สั่ง “กทพ.” เร่งดันโปรเจ็กต์ "ดับเบิลเด็ค" เป็น Quick Win แลกขยายสัมปทาน BEM หวังแก้รถติด-กระตุ้นเศรษฐกิจ ด้าน "บล.หยวนต้า" ชี้หนุนรายได้ระยะยาว เชียร์ "ซื้อ" เป้า 10.50 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เร่งรัดให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เดินหน้าการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็กต์) เพื่อหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ไขปัญหาการจราจร โดยผลักดันให้โครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) เป็นโครงการเร่งด่วน (Quick Win) ทั้งนี้ มองว่ามีความคุ้มค่าที่จะให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน แลกกับการขยายอายุสัมปทาน รวมถึงการลดจำนวนด่านเก็บค่าผ่านทางและอัตราค่าผ่านทาง ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลบวกโดยตรงต่อ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หากโครงการทางด่วน Double Deck มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม จะเป็นปัจจัยบวกต่อ BEM เนื่องจากเป็นปัจจัยแห่งโอกาส (Upside Risk) หลักที่จะช่วยขยายความจุ (Capacity) ของทางด่วน และอาจเป็นแรงผลักดันให้จำนวนผู้ใช้ทางด่วนกลับเข้าสู่ระดับปกติเหมือนช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ในอนาคต ทำให้ประเมินว่าทราฟฟิกหรือปริมาณการจราจรบนทางด่วนของบริษัทมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 คาดว่ากำไรปกติจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจุบันยอดผู้ใช้บริการทางด่วนและรถไฟฟ้าเป็นรายเดือนเริ่มกลับมาเป็นบวกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแล้ว ขณะที่แนวโน้มการเดินทางในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะสามารถเติบโตได้ดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจากฐานที่ต่ำ
ส่วนภาพรวมกำไรในไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเห็นการเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการรับรู้เงินปันผลรับจากการถือหุ้นใน บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) หรือ TTW และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาหุ้นของ BEM ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำ จึงถือเป็นจังหวะและโอกาสที่ดีในการทยอยสะสมหุ้น โดยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และประเมินราคาเหมาะสมสูงสุดไว้ที่ 10.50 บาท

