UAE ประกาศถอนตัว “โอเปก-โอเปกพลัส” มีผล 1 พ.ค. ปิดฉากสมาชิก 5 ทศวรรษ

UAE ประกาศถอนตัวจากโอเปกและโอเปกพลัส มีผล 1 พ.ค. 69 ปิดฉากสมาชิกยาวนานกว่า 50 ปี หวังเพิ่มความยืดหยุ่นนโยบายพลังงาน รองรับดีมานด์โลกที่เติบโต ท่ามกลางความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 เม.ย.69 ) อ้างอิงสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจาก กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และ โอเปกพลัส อย่างเป็นทางการ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 หลังจากเป็นสมาชิกมานานกว่า 5 ทศวรรษ

แถลงการณ์ดังกล่าวมีขึ้นก่อนการประชุมของโอเปกที่กรุง เวียนนา ประเทศ ออสเตรีย โดย WAM สำนักข่าวของรัฐบาล UAE ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากการทบทวนนโยบายการผลิตอย่างรอบด้าน ทั้งศักยภาพการผลิตในปัจจุบันและอนาคต ภายใต้กรอบผลประโยชน์แห่งชาติ และความมุ่งมั่นในการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดพลังงานโลกอย่างมีประสิทธิภาพ

UAE ชี้ว่า แม้ความผันผวนระยะสั้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในอ่าวอาหรับและ ช่องแคบฮอร์มุซ จะยังกดดันอุปทาน แต่แนวโน้มระยะกลางถึงยาวยังสะท้อนความต้องการพลังงานโลกที่เติบโตต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าการถอนตัวจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นเชิงนโยบาย และเสริมเสถียรภาพตลาดในระยะยาวอย่างมีความรับผิดชอบ

ทั้งนี้ UAE ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์กระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ โดยภาคที่ไม่ใช่น้ำมันมีสัดส่วนราว 75% ของ GDP อย่างไรก็ดี ประเทศยังตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจาก 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็น 5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2570

รายงานยังระบุว่า ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ส่งผลให้กำลังการผลิตของโอเปกลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา โดยเดือนมีนาคมลดลงถึง 7.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือราว 27% เหลือ 20.79 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งนับเป็นการหดตัวรุนแรงกว่าช่วงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 และช่วง สงครามอ่าวเปอร์เซีย ปี 2534

สำหรับ UAE ถือเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งโอเปกตั้งแต่ปี 2510 และมีบทบาทสำคัญร่วมกับ ซาอุดีอาระเบีย และ คูเวต ในการจัดหาน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของการผลิตน้ำมันโลก

การถอนตัวครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง กาตาร์ ออกจากโอเปกในปี 2562 ขณะที่ บาห์เรน และ โอมาน ยังคงอยู่นอกโอเปก แต่มีความร่วมมือกับกลุ่มในการบริหารจัดการอุปทานน้ำมันในตลาดโลกต่อไป

Back to top button