“เตหะราน” สวน “ทรัมป์” ทันควัน! ยันไม่เคยติดต่อ ชี้สหรัฐเล่นสงครามจิตวิทยา

อิหร่าน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำกล่าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำ สหรัฐอเมริกา ที่อ้างว่าทั้งสองฝ่ายมีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ ยืนยันไม่เคยมีการติดต่อใดๆ พร้อมชี้ว่าเป็นปฏิบัติการสงครามจิตวิทยาท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อิหร่าน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธคำกล่าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่าสหรัฐฯ และอิหร่านได้มี “การสนทนาอย่างสร้างสรรค์” เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างกัน โดยยืนยันว่าไม่มีการติดต่อทั้งทางตรงและทางอ้อมกับผู้นำสหรัฐฯ แต่อย่างใด

แถลงการณ์ระบุว่า คำกล่าวของประธานาธิบดีทรัมป์เป็นความพยายาม “ซื้อเวลา” ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้ง พร้อมกล่าวหาว่าผู้นำสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจยุติแผนการโจมตีโรงไฟฟ้าหลังจากได้รับการเตือนอย่างหนักแน่นจากฝ่ายอิหร่าน

นอกจากนี้ อิหร่านยังมองว่าถ้อยแถลงดังกล่าวเข้าข่าย “สงครามจิตวิทยา” และย้ำว่าสถานการณ์ใน ช่องแคบฮอร์มุซ จะไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ ตราบใดที่การใช้ปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารยังดำเนินอยู่

ทั้งนี้ รัฐบาลอิหร่านยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวอ้างทั้งหมดของประธานาธิบดีทรัมป์โดยสิ้นเชิง และระบุว่าจะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศต่อไป

ด้าน สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างอิง สำนักข่าวฟาร์ส ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านไม่มีการติดต่อใด ๆ กับสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อโดยตรง ทางอ้อม หรือผ่านประเทศที่สาม

สำนักข่าวฟาร์สรายงานเพิ่มเติมว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศชะลอการโจมตีอิหร่าน ภายหลังได้รับข้อมูลว่าอิหร่านเตรียมตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สหรัฐได้แจ้ง อิสราเอล ถึงความคืบหน้าการเจรจากับอิหร่าน โดยอิสราเอลมีแนวโน้มดำเนินนโยบายสอดคล้องกับสหรัฐ ด้วยการระงับการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐชะลอการปฏิบัติการทางทหารต่อเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน ระหว่างที่การเจรจาทางการทูตกำลังดำเนินอยู่ พร้อมระบุว่าการหารือระหว่างสองประเทศในช่วง 2 วันที่ผ่านมาเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และมีแนวโน้มที่ดี

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นที่จับตาของนานาชาติ หลังการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่านทวีความรุนแรง โดยเฉพาะภายหลังคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมงให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ก่อนหน้านี้ ผู้นำสหรัฐระบุผ่าน Truth Social ว่า หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไม่มีเงื่อนไข สหรัฐจะดำเนินการโจมตีโรงไฟฟ้าในอิหร่าน โดยเริ่มจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุด

ด้านอิหร่านประกาศตอบโต้ทันที โดยเตือนว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาค หากโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านตกเป็นเป้าการโจมตี

นอกจากนี้ อิหร่านยังขู่ว่าอาจปิดเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย ด้วยการวางทุ่นระเบิดใต้น้ำ หากมีการโจมตีพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้หรือเกาะสำคัญของประเทศ ท่ามกลางรายงานข่าวว่าสหรัฐอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการกดดันเพิ่มเติมต่ออิหร่าน

สถานการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการติดตามอย่างใกล้ชิดจากประชาคมระหว่างประเทศ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานและความมั่นคงของภูมิภาคในวงกว้าง

Back to top button