
KS แนะซื้อ KTB มองบวกตั้ง JV AMC ปั๊มยอดเก็บหนี้-ลุ้นปันผลสูง 8%
KS ประเมินทิศทาง KTB เป็นบวก ชูกลยุทธ์ครึ่งปีหลังลุยสินเชื่อเอสเอ็มอี-รายย่อย เล็งตั้ง JV AMC ภายในปี 2569 พร้อมคาดหวังปันผลพิเศษหนุนยิลด์สูงปรี๊ด 8% แนะนำ "ซื้อ"
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ประเมินทิศทางของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ภายหลังจากการเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์ (Analyst Meeting) ว่ามีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อย (Slightly positive) โดยประเมินว่าหากไม่รวมการตั้งสำรองส่วนเพิ่ม (Management Overlay) ในช่วงไตรมาส 1/2569 ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) น่าจะอยู่ในระดับต่ำบริเวณกรอบล่างของเป้าหมายที่ 0.75% เมื่อเทียบกับระดับที่ตั้งไว้ 1.15% ในไตรมาส 1/2569
สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ธนาคารจะมุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ผ่านโครงการ SME credit boost รวมถึงสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อบ้านเพิ่มมากขึ้น ขณะที่สินเชื่อลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate Loan) เริ่มเห็นการแข่งขันที่สูงขึ้นในกลุ่มลูกค้าที่มีคุณภาพสูง (High Quality) ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Spread) ค่อนข้างบาง นอกจากนี้ KTB ยังมีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ (JV AMC) ภายในปี 2569 เพื่อเสริมศักยภาพในการติดตามหนี้ (Collection) ในบางส่วนที่ธนาคารดำเนินการเองแล้วยังมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอ
ในด้านผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ประเมินว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อฐานลูกค้าอย่างจำกัด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังคงเฝ้าติดตามผลกระทบจากภาพรวมอย่างใกล้ชิดในช่วงไตรมาส 2/2569 ถึงไตรมาส 3/2569
ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2569 ส่วนหนึ่งมาจากการประเมินมูลค่าตามราคาตลาด (Mark to Market) ของเงินลงทุนที่พ้นระยะเวลาห้ามขาย (Lock-up Period) โดยจะมีเงินลงทุนที่พ้นเงื่อนไขดังกล่าวทั้งหมดในช่วงไตรมาส 3/2569 ในขณะเดียวกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) และธุรกิจต่างประเทศ (Global Business) ยังคงเติบโตได้ดีและมีทิศทางที่เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง
ด้านค่าใช้จ่าย ธนาคารยังคงเป้าหมายอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income) ไว้ที่ระดับ 40% ต้นๆ (Low to mid 40s) โดยแม้ว่าในไตรมาส 1/2569 จะเป็นช่วงต่ำสุด (Low Season) ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) และคาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดไป แต่จะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ธนาคารกำหนดไว้
นอกจากนี้ ผู้บริหาร KTB ยังพยายามรักษาระดับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ไม่ให้แย่ไปกว่าช่วงไตรมาส 1/2569 แม้จะได้รับผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเต็มไตรมาสในช่วงไตรมาส 2/2569 ก็ตาม แต่ธนาคารจะมีปัจจัยบวกจากการไถ่ถอนตราสารทางการเงิน (AT1) มูลค่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐในไตรมาส 1/2569 ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Cost of Funds) ได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป
สำหรับประเด็นเรื่องการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ทางธนาคารยังคงพิจารณาอย่างต่อเนื่องหากไม่มีแผนการใช้เงินลงทุนจำนวนมาก โดย KS คาดการณ์ว่าธนาคารจะยังสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ให้อยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 8% ได้ จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากระดับเงินปันผลที่น่าจูงใจ รวมถึงพอร์ตสินเชื่อของธนาคารมีความเสี่ยงต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับที่ต่ำ

