BPP รับรายได้ไฟฟ้าพุ่ง-บุ๊กพิเศษขาย Power JV สหรัฐ ดันกำไรโต 923% ทะลุ 5.8 พันลบ.

BPP รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 924% จากปีก่อน รับแรงหนุนบุ๊กกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน Power JV ในสหรัฐฯ ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้า-พลังงานหมุนเวียนและ BESS ฟื้นตัวแข็งแกร่ง


บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BPP รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ดังนี้

บริษัทรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ จำนวน 5,877.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 923.25% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 574..36 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการรับรู้กำไรหลังหักภาษีจากการจำหน่ายเงินลงทุนบางส่วนในธุรกิจร่วมทุนโรงไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ Power JV จำนวน 4,653 ล้านบาท

ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 113% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานโดยรวม โดยมีแรงหนุนสำคัญจากธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้นตามราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานยังได้รับแรงสนับสนุนจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงานที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ หรือ BESS และธุรกิจซื้อขายไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้า SLG ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งได้รับประโยชน์จากต้นทุนถ่านหินที่ลดลง รวมถึงรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอน หรือ Carbon Emission Allowance (CEA) ที่เพิ่มขึ้น

สำหรับไตรมาส 1/2569 กลุ่มบริษัทฯ มีการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนก่อนภาษีจำนวน 6,183 ล้านบาท จากการจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน Power JV ประเทศสหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันยังมีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงาน รวมถึงธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น

ด้านกำไรขั้นต้นในไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 916 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากผลการดำเนินงานของธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกาที่เพิ่มขึ้น 160 ล้านบาท ตามราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในสาธารณรัฐประชาชนจีนลดลง 55 ล้านบาท จากปริมาณการขายรวมและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 377 ล้านบาท ลดลง 114 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลจากค่าใช้จ่ายบริหารของธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ลดลง ภายหลังการจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วนใน Power JV ประเทศสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 207 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีพลังงานจำนวน 124 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจ BESS และธุรกิจซื้อขายพลังงานในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าในประเทศสหรัฐอเมริกาจำนวน 83 ล้านบาท หลัง Power JV เปลี่ยนสถานะจากบริษัทย่อยเป็นบริษัทร่วม จากผลของการจำหน่ายสิทธิการลงทุนบางส่วน

ส่วนโรงไฟฟ้า BLCP มีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนลดลง 19 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่ดีขึ้น 165 ล้านบาท จากต้นทุนถ่านหินที่ลดลง อย่างไรก็ตาม มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้รอตัดบัญชีและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเพิ่มขึ้นรวม 146 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้า SLG รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อถ่านหินได้ในราคาที่เหมาะสม ส่งผลให้ต้นทุนถ่านหินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงได้รับแรงหนุนจากรายได้การจำหน่ายไฟฟ้าและรายได้จากการขายสิทธิการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เพิ่มขึ้น ขณะที่โรงไฟฟ้า HPC และ PFMC รับรู้ส่วนแบ่งกำไรลดลง 48 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ลดลง 57 ล้านบาท แม้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท

บริษัทฯ ระบุว่า ผลการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตสินทรัพย์ภายใต้ภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง ขณะที่แผนการควบบริษัทกับบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามเงื่อนไขและขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจและการจัดสรรเงินทุนในระยะยาว

ภายใต้โครงสร้างใหม่ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์หลัก ควบคู่กับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานที่สอดคล้องกับแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน หรือ Energy Transition อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

Back to top button