CGSI มอง SET แกว่งแคบ 1,470-1,495 จุด ชู SPALI-MRDIYT เด่น

CGSI ประเมิน SET Index แกว่งตัวในกรอบ 1,470-1,495 จุด รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาด และความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน พร้อมจับตา MSCI Rebalance มีผล 29 พ.ค. 2569 แนะนำหุ้นเด่น SPALI และ MRDIYT


บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (13 พ.ค. 2569) ว่า ประเมินกรอบดัชนี SET Index เคลื่อนไหวที่ระดับ 1,470-1,495 จุด โดยคาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวผันผวนในกรอบแคบ เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด และความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุน

สำหรับประเด็นเฉพาะตัวของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่การทบทวนหุ้นเข้า-ออกดัชนี MSCI Rebalance ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ ณ ราคาปิดของวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 โดย MSCI Small Cap Indexes มีหุ้นเข้าใหม่ 2 หลักทรัพย์ ได้แก่ บริษัท มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT และบริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ขณะที่หุ้นที่ถูกคัดออก ได้แก่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA

ส่วนประเด็นต่างประเทศ นักลงทุนยังต้องติดตามการประชุม Trump-Xi Summit ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลกและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายในระยะถัดไป

ทั้งนี้ CGSI แนะนำหุ้นเด่น ได้แก่ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI และบริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT

โดย SPALI รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 402.1 ล้านบาท ลดลง 69.9% จากไตรมาสก่อน และลดลง 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังสูงกว่าที่ CGSI คาดไว้ 11.7% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่ำกว่าคาด ขณะที่คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากการโอนโครงการที่มากขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในออสเตรเลีย โดยให้จุดทำกำไรที่ 15.60 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 15.00 บาท

ส่วน MRDIYT ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 สอดคล้องกับประมาณการของ CGSI และ Bloomberg Consensus ซึ่งช่วยตอกย้ำมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตจากการขยายสาขา ขณะที่จำนวนลูกค้ายังทรงตัว แม้บริษัทจะเร่งขยายสาขาอย่างรวดเร็ว สะท้อนว่าการขยายสาขายังไม่ก่อให้เกิดการกินส่วนแบ่งตลาดกันเองอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้จุดทำกำไรที่ 8.95 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 8.45 บาท

Back to top button