
SABINA กำไรไตรมาส 1 โตแตะ 103 ล้านบาท รับออเดอร์ OEM ยุโรปทะลัก
SABINA โชว์กำไรไตรมาส 1/69 เข้าเป้า ดันอัตรากำไรสุทธิพุ่ง 13.4% รับอานิสงส์บริหารต้นทุน-ออกสินค้าใหม่กระตุ้น ชูรับจ้างผลิต (OEM) โตกระฉูด 52% ลุ้นกำลังซื้อฟื้นรับมาตรการรัฐช่วงไตรมาส 2
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า SABINA ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรในไตรมาสแรกของปี 2569 ไว้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางปัจจัยความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางไตรมาส ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และกดดันต่อเนื่องไปยังความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่งผลให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยเกิดการชะลอตัว
ทั้งนี้ การเติบโตของกำไรสุทธิเป็นผลมาจากการที่ SABINA เดินหน้ารักษายอดขายด้วยการนำเสนอสินค้าใหม่ที่มีความหลากหลาย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ในไตรมาสแรกของปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 13.4% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 12.2%
“ปัจจัยสำคัญในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ยังคงเป็นเรื่องความไม่มั่นใจของผู้บริโภคที่ส่งผลให้กำลังซื้อปรับตัวลดลง แต่บริษัทฯ ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผนวกกับการจัดแคมเปญและการเปิดตัวสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ทำให้รายได้จากยอดขายในสินค้าบางกลุ่มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เรียกว่า แคปซูล ลอนช์ (Capsule Launch) หรือการนำเสนอสินค้าเฉพาะกลุ่มเล็กๆ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การทำตลาดที่สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ที่กลุ่มลูกค้ามีความต้องการและความสนใจในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น” นางสาวดวงดาว กล่าว
สำหรับการดำเนินงานในปี 2569 นั้น SABINA ได้เริ่มต้นปีด้วยการเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ “MOVV” (มูฟ) เพื่อรุกทำตลาดชุดออกกำลังกาย ภายใต้แนวคิด Daydrift Activewear ที่มุ่งเน้นให้ผู้สวมใส่รู้สึกแอคทีฟได้ตลอดทั้งวัน ด้วยการออกแบบที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการออกกำลังกาย การทำงาน และการใช้ชีวิต นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวคอลเลกชันพิเศษ “SABINA x MOMOREI” ซึ่งเป็นการประสานความร่วมมือกับคาแรคเตอร์แบรนด์ชื่อดังอย่าง “โมโมเรอิ” (Momorei) ที่กำลังได้รับความนิยมในประเทศไทย ผ่านไอเทมที่หลากหลาย อาทิ เสื้อยืด กางเกงขายาว กางเกงขาสั้น ชุดลำลอง ชุดนอน และกระเป๋าอเนกประสงค์ ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคอลเลกชันนี้โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปี บริษัทฯ ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการเติบโตของรายได้ในช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องของกลุ่มลูกค้าในสหราชอาณาจักรและทวีปยุโรป ส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ OEM เมื่อเทียบกับรายได้รวมของบริษัทฯ ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนเข้าใกล้ระดับ 10% และคาดการณ์ว่ารายได้จากช่องทางนี้อาจขยับเพิ่มขึ้นไปแตะระดับ 12% ได้ในอนาคต
ส่วนรายได้จากช่องทางค้าปลีก (Retail) ในไตรมาสแรกปรับตัวลดลง 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้จากช่องทางไม่มีหน้าร้าน หรือ NSR (Non-Store Retailing) ปรับตัวลดลง 11.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่การทำตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ยังคงสามารถทำผลงานได้เป็นไปตามเป้าหมายที่บริษัทฯ วางไว้
นางสาวดวงดาว กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ในช่วงที่เหลือของปีนี้อาจจะต้องเผชิญกับปัจจัยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ SABINA ยังคงยึดมั่นในเป้าหมายสำคัญ คือ การเพิ่มกำไร การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษายอดขาย โดยบริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ต่างๆ จะมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าทางรัฐบาลจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กำลังซื้อของผู้บริโภคค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ก็ยังคงเตรียมแผนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นยอดขายด้วยเช่นกัน
