
DRT กวาดกำไร Q1 แตะ 144 ล้านบาท โต 35% ส่งซิกไตรมาส 2 สดใส เดินหน้าคุมต้นทุน
DRT โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กำไรสุทธิ 144 ล้านบาท โต 35% รับอานิสงส์บริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ-ยอดขายทุกช่องทางหนุน พร้อมส่งสัญญาณไตรมาส 2/69 โตต่อ เดินหน้าคุมต้นทุนรักษามาร์จิ้น
นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าวัสดุหลังคา โครงหลังคาและบริการติดตั้งทั้งระบบ ไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์และไฟเบอร์ซีเมนต์บอร์ด อิฐมวลเบา พื้น บันได และผนัง พร้อมบริการติดตั้ง ‘SPC Solutions’ และไม้สังเคราะห์ WPC แบบครบวงจร ภายใต้เครื่องหมายการค้า ‘ตราเพชร’ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สามารถฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้มีความท้าทายจากความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมีรายได้รวม 1,277 ล้านบาท ชะลอตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้น 30.96% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 143.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้น 95.52% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 25.97% โดยมีอัตราการเดินเครื่องจักรเฉลี่ยในระดับไม่ต่ำกว่า 70%
ผลการดำเนินงานที่ฟื้นตัวดังกล่าวมาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และช่องทางจัดจำหน่ายหลักทั้ง 4 ช่องทาง ได้แก่ ร้านค้าผู้แทนจำหน่าย, ช่องทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่, โครงการอสังหาริมทรัพย์ และตลาดต่างประเทศ มียอดขายอยู่ในระดับที่ดี ขณะเดียวกันสามารถเพิ่มยอดขายจากกลุ่มสินค้า New Products และกลุ่มสินค้า Diamond Well-Being ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตแก่ผู้อยู่อาศัย จากการมุ่งนำเสนอสินค้า บริการและการจัดส่งแบบครบวงจร การรุกขยายตลาดในจังหวัดหัวเมืองรอง และขยายฐานลูกค้างานภาครัฐและเอกชน
ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยอดขายเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นไปตามเป้าหมาย จึงคาดว่าบริษัทฯ จะผลักดันภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปีนี้เติบโตตามแผนงาน กลยุทธ์หลักจะมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การบริหารสต็อกวัตถุดิบ, ลดการสูญเสียในกระบวนการผลิต เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 20% ส่วนค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ อย่างไรก็ตาม จากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น เช่น ซีเมนต์ บริษัทฯ อาจปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุน
“ผลการดำเนินงานนับจากต้นปีถึงปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ บริษัทฯ จึงคงเป้าหมายยอดขายเติบโตที่ระดับ 2-5% แม้มีความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นและภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะเติบโตในอัตราชะลอตัว โดยมั่นใจว่าด้วยกลยุทธ์และการปรับตัวที่รวดเร็ว ตลอดจนความพร้อมด้านสินค้าและบริการรวมถึงช่องทางจัดจำหน่ายที่หลากหลาย บริษัทฯ จะผ่านความท้าทายและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น” นายสาธิต กล่าว
