
WHA โชว์กำไร Q1 แตะ 1.5 พันล้านบาท รับดาต้าเซ็นเตอร์หนุนยอดขายนิคม
WHA โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท รับแรงหนุนยอดขายนิคมอุตสาหกรรมพุ่ง 951 ไร่ จากดีมานด์กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์–ย้ายฐานผลิต ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์ น้ำ และพลังงานสะอาดเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้า AI และกรีนโลจิสติกส์เต็มรูปแบบ
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 3,242 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,508 ล้านบาท โดยหากพิจารณาจากผลประกอบการปกติ บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 3,294 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรปกติ 1,445 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานที่สูงจากการบันทึกกำไรรายไตรมาสสูงสุดในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รับอานิสงส์การลงทุนของลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ธุรกิจโลจิสติกส์มีการขยายตัวอย่างโดดเด่น พร้อมกับความต้องการสัญญาเช่าระยะสั้นที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวของกลุ่มธุรกิจน้ำที่เติบโตตามปริมาณการใช้น้ำของกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม WHA เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีนี้ สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตอย่างมั่นคงของบริษัท โดยเฉพาะยอดขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมที่พุ่งสูงถึง 951 ไร่ ธุรกิจโลจิสติกส์ที่เติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงธุรกิจสาธารณูปโภคและไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สำหรับภาพรวมแต่ละกลุ่มธุรกิจ มีรายละเอียดดังนี้:
ธุรกิจโลจิสติกส์: ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 WHA ได้ลงนามสัญญาเช่าโครงการ Built-to-Suit และโรงงานหรือคลังสินค้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 43,840 ตารางเมตร และยังมีสัญญาเช่าระยะสั้นที่ให้ผลตอบแทนสูงอีก 63,385 ตารางเมตร ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่คลังสินค้าภายใต้การถือครองและบริหารรวมทั้งสิ้น 3,221,676 ตารางเมตร ล่าสุดบริษัทได้รับการคัดเลือกจากบริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเคมีภัณฑ์ให้เช่าพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานสำหรับเก็บสินค้าอันตราย (Dangerous Goods) รวมกว่า 4,700 ตารางเมตร และยังอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายโครงการ ซึ่งคาดว่าจะทยอยเซ็นสัญญาได้ในเร็วๆ นี้
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าขยายศูนย์โลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการ WHA Mega Logistics Center บางนา-ตราด กม.23 (ขาเข้า) และโครงการ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและมีผู้เช่าเกือบเต็มโครงการ ขณะเดียวกัน บริษัทได้เร่งพัฒนาโครงการใหม่เพื่อรองรับความต้องการ ได้แก่ โครงการ WHA Mega Logistics Center ชลหารพิจิตร กม.4 โครงการ 2 ที่เริ่มก่อสร้างตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา และโครงการ WHA Mega Logistics Center เทพารักษ์ กม.21 (เฟส 3) ที่ก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 50 นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ WHA Manufacturing Park 331 บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เพื่อรองรับลูกค้าอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านศูนย์โลจิสติกส์เซ็นเตอร์แห่งแรกในเวียดนาม ภายในนิคมอุตสาหกรรมมินห์กวาง จังหวัดฮึงเอียน ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก โดย ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทได้เซ็นสัญญาเพิ่มเติมกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์หลายราย ส่งผลให้มีอัตราการเช่าพื้นที่ทะลุระดับร้อยละ 80 ส่วนแผนการขายทรัพย์สินและ/หรือสิทธิการเช่าทรัพย์สินให้กับกองทรัสต์ WHART และ WHAIR นั้น ล่าสุดที่ประชุมผู้ถือหน่วย WHART มีมติอนุมัติการลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติม พื้นที่รวมกว่า 99,390 ตารางเมตร มูลค่า 2,508 ล้านบาท ขณะที่บริษัทเตรียมเสนอเรื่องต่อที่ประชุมผู้ถือหน่วย WHAIR เพื่อพิจารณาการลงทุนในทรัพย์สินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง พื้นที่ 45,000 ตารางเมตร มูลค่าราว 1,100 ล้านบาท ภายในไตรมาส 2 ปี 2569
ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม: ไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมียอดขายที่ดินรวม 951 ไร่ จากเป้าหมายทั้งปีที่ 2,500 ไร่ และมียอดโอนที่ดิน 296 ไร่ พร้อมทั้งมียอดขายที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) สูงถึง 1,426 ไร่ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่ดินอุตสาหกรรมระดับสูง จากกระแสการย้ายฐานการลงทุนและการผลิต (Relocation) มายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ทั่วโลก ทั้งสงครามการค้าสหรัฐ-จีน และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติเลือกประเทศไทยที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานพร้อม ซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพ แรงงานมีทักษะ และมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงตลาดอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ทะลุ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัลมูลค่า 873,741 ล้านบาท (ร้อยละ 86 ของมูลค่ารวม) ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) รวม 965,869 ล้านบาท เติบโตถึงร้อยละ 261 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา WHA ได้ลงนามสัญญาซื้อขายที่ดินกับลูกค้ากลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์รายใหญ่ พื้นที่กว่า 900 ไร่ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐานของไทยที่พร้อมรองรับอุตสาหกรรมดิจิทัลเทคโนโลยีสมัยใหม่ และบริษัทยังอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้ารายใหญ่อีกหลายอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 17 แห่งในไทยและเวียดนาม โดยในไทยมีพื้นที่กำลังก่อสร้างและรอพัฒนากว่า 10,230 ไร่ โดยเฉพาะโครงการใหม่ WHA ESIE 5 พื้นที่ 7,250 ไร่ ที่ได้รับความสนใจสูง คาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงแรกได้ในไตรมาส 2 ปี 2569 ส่วนในเวียดนาม มีเขตอุตสาหกรรมที่พัฒนาแล้วรวม 4,241 ไร่ (678.5 เฮกตาร์) ได้แก่ WHA Industrial Zone 1–Nghe An และ WHA Smart Technology Industrial Zone 1–Thanh Hoa เพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ): ไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดขายและบริหารน้ำรวมทั้งในประเทศและต่างประเทศ 42.6 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยยอดจำหน่ายน้ำในประเทศไทยอยู่ที่ 33.7 ล้านลูกบาศก์เมตร เติบโตขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากน้ำดิบและน้ำอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการของกลุ่มโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมี (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12 และร้อยละ 10 ตามลำดับ) รวมถึงผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่มที่ขยายตัวต่อเนื่องจากลูกค้าใหม่ อีกทั้งยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการใช้น้ำเกินกว่าที่จัดสรร (Capacity Charge) จากลูกค้ารายใหญ่จำนวน 326 ล้านบาท ส่วนในเวียดนาม มียอดจำหน่ายน้ำตามสัดส่วนการถือหุ้น 8.9 ล้านลูกบาศก์เมตร ลดลงเล็กน้อยตามความต้องการใช้น้ำของลูกค้าหลักในโครงการ Duong River
ธุรกิจไฟฟ้า: ไตรมาส 1 ปี 2569 มียอดขายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวม 76 กิกะวัตต์ชั่วโมง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 55 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีการเซ็นสัญญาโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มอีก 6 สัญญา กำลังผลิตรวม 22 เมกะวัตต์ ส่งผลให้ยอดสะสมโครงการ Private PPA อยู่ที่ 372 เมกะวัตต์ และมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้น 1,058 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นกำลังการผลิตที่ดำเนินการแล้ว 735 เมกะวัตต์ (เป็นพลังงานหมุนเวียน 206 เมกะวัตต์) และอยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 323 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ล่าสุด WHAUP ได้ลงนาม MOU กับ Apex Circuit (Thailand) เพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์ 17 เมกะวัตต์ พร้อมผลักดันโมเดลการซื้อขายไฟตรง (Direct PPA) และ Third Party Access (TPA) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าปรับตัวลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ซึ่ง WHA คาดว่าผลการดำเนินงานจะทยอยฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2-3 ปี 2569 หลังจากปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตแล้ว
ธุรกิจดิจิทัล: หลังจากประสบความสำเร็จในการยกระดับสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี (Technology-driven Organization) เมื่อปีที่ผ่านมา WHA Digital ได้เดินหน้าพัฒนาโครงการ Digital & AI Transformation ผ่านแพลตฟอร์มสำคัญ ได้แก่ โมบิลิกส์ซอฟต์แวร์โซลูชัน (Mobilix Software Solution), แพลตฟอร์มดิจิทัลอัจฉริยะ และแอปพลิเคชัน WHASApp ที่มาพร้อมฟีเจอร์ CO2ZERO สำหรับบริหารคาร์บอนฟุตพริ้นท์แบบเรียลไทม์ และฟีเจอร์ WeCYCLE เพื่อจัดการขยะรีไซเคิล ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้ WHA Digital ได้วางโรดแมป 3 ปี ผ่านโครงการ “Flight of the Future” มุ่งสู่การสร้างระบบนิเวศองค์กรอัจฉริยะ (Intelligent Enterprise Ecosystem) ภายในปี 2028 เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ระบบงาน บุคลากร และการตัดสินใจเข้าด้วยกัน พร้อมคาดการณ์สถานการณ์และปรับตัวรองรับการเติบโตในอนาคต อีกทั้งยังเน้นสร้างบุคลากรและวัฒนธรรม AI ผ่านโปรเจกต์ AI Playground เพื่อทดลองและเปลี่ยนต้นแบบ (Prototype) จากงาน “WHA Hackathon 2025” ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ธุรกิจโมบิลิตี้: WHA ประกาศรุกตลาดกรีนโลจิสติกส์เต็มรูปแบบภายใต้แบรนด์ Mobilix ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันกรีนโลจิสติกส์ครบวงจรรายแรกในไทย ครอบคลุม 3 บริการหลัก ได้แก่ EV Rental Service (บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร), EV Charging Solution (สถานีชาร์จภายในองค์กรและสาธารณะ พร้อมอุปกรณ์) และ Mobilix Software Solution (แพลตฟอร์มจัดการรถและแบตเตอรี่) ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมียอดให้บริการเช่ารถยนต์ไฟฟ้าสะสมรวมกว่า 413 คัน สะท้อนการเติบโตและความต้องการโซลูชันโลจิสติกส์สีเขียวที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
นอกเหนือจากความสำเร็จด้านผลการดำเนินงานแล้ว ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา WHA ยังประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2569 มูลค่า 3,500 ล้านบาท โดยได้รับกระแสตอบรับจากนักลงทุนสถาบันอย่างล้นหลาม มียอดจองเกินกว่า 2 เท่าของจำนวนที่เสนอขาย สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตและโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท ล่าสุดที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 รวม 0.2107 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.0669 บาทต่อหุ้น และเตรียมจ่ายปันผลเพิ่มเติมอีก 0.1438 บาทต่อหุ้น ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นี้ ซึ่งตอกย้ำโอกาสการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท

