
MC กำไรไตรมาส 3 โตทะลุ 1.1 พันล้าน รับยอดขายออนไลน์พุ่ง
MC โชว์รายได้งวด Q3/69 แตะ 1,102 ลบ. โต 3.3% รับอานิสงส์ยอดขายออนไลน์พุ่ง 48.1% ขณะที่งวด 9 เดือนกวาดรายได้ 3,496 ลบ. ด้านกำไรสุทธิ Q3 อยู่ที่ 176 ลบ. พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจ-เล็งควบรวมกิจการ
นายแมทธิว กิจโอธาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีกประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ภายใต้แบรนด์ “แม็คยีนส์” เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 (1 มกราคม 2569 – 31 มีนาคม 2569) ว่า ภาพรวมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งเห็นได้ชัดจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงมาอยู่ในระดับ 45.5 ในเดือนมีนาคม จากระดับ 51.8 ในเดือนธันวาคม เนื่องจากภาวะสงครามส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าครองชีพของประชาชนที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้ว่าปัจจัยในประเทศ โดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมืองหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งจะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้มีความต่อเนื่องก็ตาม ทั้งนี้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้น
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปีบัญชี 2569 MC มีรายได้จากการขายสินค้ารวม 1,102 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากช่องทางออนไลน์ที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 26% จากระดับ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนให้งวด 9 เดือนแรกของปีบัญชี 2569 มีรายได้จากการขายสินค้ารวม 3,496 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 251 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายแมทธิว กล่าวเพิ่มเติมว่า รายได้รวมที่เติบโตขึ้นมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของช่องทางออนไลน์ โดยในงวดไตรมาส 3 มีรายได้จากช่องทางออนไลน์ 287 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือน มีรายได้ 926 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 531 ล้านบาท
ส่วนช่องทางขายอื่นๆ ของ MC ประกอบด้วย ช่องทางร้านค้าปลีกของตนเอง (Free-standing Shop) คิดเป็นสัดส่วน 57% มีรายได้ในไตรมาส 3 จำนวน 631 ล้านบาท ลดลง 39 ล้านบาท หรือ 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ลดลง 7.2% ส่วนงวด 9 เดือน มีรายได้ 1,936 ล้านบาท ลดลง 160 ล้านบาท หรือ 7.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านช่องทางห้างสรรพสินค้า (Department Store) คิดเป็นสัดส่วน 15% ในไตรมาส 3 มีรายได้ 162 ล้านบาท ลดลง 20 ล้านบาท หรือ 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ลดลง ส่วนงวด 9 เดือน มีรายได้ 551 ล้านบาท ลดลง 9 ล้านบาท หรือ 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่องทางอื่นๆ คิดเป็นสัดส่วน 2% ของรายได้รวม
ในส่วนของความสามารถในการทำกำไร MC มีกำไรสุทธิในงวดไตรมาส 3 จำนวน 176 ล้านบาท ลดลง 12 ล้านบาท หรือ 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่งวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิ 595 ล้านบาท ลดลง 30 ล้านบาท หรือ 4.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุที่กำไรปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากสัดส่วนยอดขายออนไลน์ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายผันแปรเพิ่มสูงขึ้น เมื่อนำมารวมกับค่าใช้จ่ายออฟไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น ประกอบกับ MC ได้จัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่องในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวช้า
อย่างไรก็ดี MC ยังคงบริหารอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างเหมาะสม และรักษานโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ อย่างรัดกุม เพื่อให้อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูง โดยในงวดไตรมาส 3 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 64.1% ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ระดับ 62.8% ส่วนงวด 9 เดือน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 63.4%
สำหรับสภาพคล่องทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กลุ่มบริษัทมีเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และเงินลงทุนชั่วคราวรวม 1,903 ล้านบาท ลดลง 81 ล้านบาท จากวันที่ 30 มิถุนายน 2568 เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจำนวน 737 ล้านบาท และมีการใช้เงินสดจ่ายเพื่อซื้ออาคาร ที่ดิน และอุปกรณ์จำนวน 76 ล้านบาท
นายแมทธิว กล่าวทิ้งท้ายว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ MC มีแผนสร้างการเติบโตในช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแผนการลงทุนขยายร้านค้าปลีกของตนเอง ปรับปรุงจุดขายเดิม และพิจารณาปิดจุดขายที่ทำกำไรต่ำ สำหรับช่องทางออฟไลน์จะเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยใช้ประสบการณ์และทรัพยากรที่สั่งสมมากว่า 50 ปี ทั้งจุดขายที่ครอบคลุมทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โรงงานผลิตสินค้าที่เชี่ยวชาญ และศูนย์กระจายสินค้าของตนเอง นอกจากนี้ MC ยังคงศึกษาและพัฒนาแผนงานสำหรับการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การขยายช่องทางไปยังต่างประเทศ การซื้อขายและควบรวมกิจการ (M&A) รวมถึงการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง โดยมีความพร้อมและคล่องตัวสูง พร้อมที่จะดำเนินการได้ทันทีเมื่อมีความมั่นใจ

