
JMART เปิด “J.AI Arena” เร่งทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่ AI-Driven Enterprise
JMART ประกาศเดินหน้าสร้าง J.AI Arena เป็นศูนย์กลางพัฒนา AI ของกลุ่มเจมาร์ท เชื่อมทุกบริษัทในเครือร่วมสร้าง AI Use Case ใช้งานจริง ชู AI เพิ่ม Productivity ลดต้นทุน และต่อยอดโอกาสธุรกิจใหม่ หลัง JMT ใช้ AI ตรวจสอบสายติดตามหนี้กว่า 1 แสนสายต่อวัน ขณะที่ Jaymart Mobile และ JAS Asset เร่งพัฒนา AI Voicebot และ AI Receipt Reading หนุนการเติบโตระยะยาว
นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ายกระดับองค์กรสู่ AI-Driven Enterprise ผ่านการเปิดตัว “J.AI Arena” ศูนย์กลางการพัฒนาและต่อยอด AI ภายใน Ecosystem ของกลุ่มเจมาร์ท รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Agentic AI ที่เทคโนโลยีสามารถวิเคราะห์ข้อมูล สนับสนุนการตัดสินใจ และทำงานเชิงกลยุทธ์ได้ใกล้เคียงผู้ช่วยองค์กร โดยมองว่า AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือใหม่ แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันและรูปแบบธุรกิจทั่วโลกอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระยะ 3 ปี ภายใต้โครงการ JUMP+
ทั้งนี้ J.AI Arena จะเป็นพื้นที่รวม AI Champion จากทุกบริษัทในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส หรือ JMT, ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER, เอสจี แคปปิตอล หรือ SGC, เจเอเอส แอสเซ็ท หรือ J รวมถึง เจมาร์ท โมบาย เพื่อร่วมกันพัฒนา AI Use Case ที่สามารถนำไปใช้งานจริง ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การบริหารความเสี่ยง และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ โดยบริษัทมองว่าการเรียนรู้ AI ร่วมกันทั้งกลุ่มจะช่วยเร่งการพัฒนาองค์ความรู้และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้รวดเร็วกว่าการพัฒนาแบบแยกส่วน
นายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART กล่าวว่า เทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมาก จนองค์กรไม่สามารถเรียนรู้แบบต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป โดยในช่วงที่ผ่านมา AI มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดจาก Generative AI ไปสู่ Agent AI ที่สามารถเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงานขององค์กรอย่างชัดเจน ดังนั้น J.AI Arena จะเข้ามาทำหน้าที่ทั้งเป็น Strategic Engine ขับเคลื่อนแผน AI ของกลุ่ม เป็น Innovation Hub สร้าง AI Use Case ที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจจริง และเป็น Talent Magnet เพื่อดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่องค์กรในยุค AI
ด้านนายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน)!หรือ JMT กล่าวว่า บริษัทได้นำ AI มาใช้ในระบบตรวจสอบคุณภาพการติดตามหนี้ด้อยคุณภาพ โดย AI สามารถวิเคราะห์บทสนทนาและตรวจสอบคุณภาพสายโทรออกได้มากกว่า 100,000 สายต่อวัน ครอบคลุมการตรวจสอบ 100% ของทุกสาย พร้อมประเมินผลแบบรายชั่วโมง โดยใช้บุคลากรไม่เกิน 10 คนในการกำกับดูแล ช่วยลดต้นทุน เพิ่ม Productivity และยกระดับมาตรฐานการควบคุมคุณภาพภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากองค์กรที่ใช้ AI ไปสู่องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างแท้จริง
ขณะที่นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด กล่าาว่า บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนา AI Voicebot เพื่อเพิ่มศักยภาพทีมขายทางโทรศัพท์ โดยระบบสามารถโทรออกและสนทนากับลูกค้าได้ครบกระบวนการภายในสายเดียว ตั้งแต่การแนะนำโปรโมชั่นไปจนถึงส่งโค้ดผ่าน SMS ซึ่งผลทดสอบเบื้องต้นพบว่าสามารถเพิ่มจำนวน Outbound Call ได้ถึง 5 เท่า และเพิ่มเวลาให้บริการลูกค้ากว่า 215 ชั่วโมงต่อเดือน ขณะที่ เจเอเอส แอสเซ็ท หรือ J ยังนำ AI มาใช้ในระบบ AI-Powered Receipt Reading เพื่อพัฒนา J Point Loyalty Program ช่วยลดเวลาประมวลผลธุรกรรมจาก 3-5 วัน เหลือเพียงไม่กี่วินาที พร้อมผลักดันยอดใช้จ่ายผ่านระบบ Receipt Upload ในไตรมาส 1/2569 เติบโต 76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

