
เม่าเอาจริง?
ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงมากสุดไม่ใช่เรื่องท่าทีการโปรยยาหอมของขุนคลังอย่างคุณน้อง “เอกนิติ” แต่อย่างใด?
ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” อยากเอ่ยถึงมากสุดไม่ใช่เรื่องท่าทีการโปรยยาหอมของขุนคลังอย่างคุณน้อง “เอกนิติ” แต่อย่างใด? เพราะนโยบายที่กำลังจะทำคลอดออกมายังไม่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ช่วยเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังเสียงบ่นจากประชาชนเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปัญหาต้นทุนชีวิตที่สูงขึ้นทุกด้าน แต่รายได้ยังรับเท่าเดิม และเผลอ ๆ ยังลดลงอีกด้วยแบบนี้..ตายหยังเขียดซิค่ะ
ถึงกระนั้นต้องยอมรับว่า ชีวิตมักอยู่ด้วยความหวัง ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่า ในเดือนหน้าเศรษฐกิจจะดีขึ้น หลังรัฐบาล “เสี่ยหนู” เริ่มทำการเขี่ยลูกโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งจะเห็นเม็ดเงินเริ่มสะพัดอีกครั้ง (ขอให้จริงอย่างที่ว่าเถอะ) ขณะเดียวกันเมื่อมองย้อนกลับมาที่ตลาดหุ้นไทยจะเห็นว่า ในช่วงสองวันที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยสามารถยืนต้านแรงขายที่ออกมาจากนักลงทุนสถาบันได้อย่างแข็งแกร่งนะนายจ๋า!
ด้วยเหตุนี้ “โมนิก้า” ถึงต้องชื่นชมการยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,516.69 จุด ลบไป 1.05 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.12 หมื่นล้านบาท เพราะเหมือนเป็นการยืนยันการเข้ามาซื้อของนักลงทุนรายย่อยว่า ต้องการซื้อจริง! และทำให้อีฉันคาดหวังที่จะได้เห็นยอดซื้อสุทธิขึ้นไปถึงระดับ 6 หมื่นล้านบาท (วันนี้ยอดรวมสุทธิอยู่ที่ระดับ 3.46 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. นะจะบอกให้
ในเมื่อเชื่อว่า สถานการณ์หลายอย่างน่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง “โมนิก้า” จึงต้องมองกลับไปที่หุ้น JMART เพื่อชี้ให้เห็นแนวความคิดของ “พี่ตุ้ม” ในการนำพาบริษัทให้กลับไปมีกำไรพันล้าน อีฉันเลยนึกถึงภาพเหตุการณ์ในปี 67 ขึ้นมาทันที เพราะปีนั้นราคาหุ้นยืนปิดตอนสิ้นปีที่ระดับ 13.50 บาท ขณะที่ราคาหุ้นวันนี้ยืนอยู่ที่ระดับ 8.70 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 0.58% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 387 ล้านบาทแบบนี้..น่าเล่นไหมล่ะคะ
เช่นเดียวกับสถานการณ์ของหุ้น EA ที่วันนี้กลับมาโชว์กำไรให้เห็น และไตรมาสถัดไปน่าจะมีกำไรอีกเช่นกัน “โมนิก้า” เลยมองว่า อย่างน้อย ๆ ราคาหุ้นก็ควรกลับไปยืนเท่าบุ๊กที่ระดับ 4.53 บาท เพราะเมื่อดูจากแผนงานส่งมอบรถเมล์อีวี และการปรับโครงสร้างหนี้ที่ลุล่วงไปได้ดี อีฉันย่อมมองการยืนปิดที่ระดับ 2.78 บาท ลบไป 0.06 บาท หรือลงไป 2.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 380 ล้านบาท คือจังหวะรับของพะยะค่ะ
คล้ายกับสถานการณ์ของน้องมิ้น MINT ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตมากมาย แต่สุดท้ายก็ผ่านได้ทุกครั้ง “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนประเมินอาการหุ้นที่ขยับขึ้น 3 วันต่อจากอ่อนตัวเล็กน้อย หรือไม่ก็นิ่ง ๆ สักพัก จนวานนี้เห็นหุ้นยืนปิดที่ระดับ21.70 บาท ลบไป 0.20 บาท หรือลงไป 0.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 662 ล้านบาท โดยกำไรไตรมาส 1 ลดฮวบ ขณะที่ไตรมาส 2 มีลุ้นว่าจะดีขึ้นแบบนี้..น่าเล่นไหมล่ะคะ
ส่วนรายที่เซอร์ไพรส์สุด ๆ “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น GLOBAL หลังกำไรไตรมาส 1 โตดีเหลือเกิน ส่งผลให้นักลงทุนกระโจนใส่หุ้นกันอุตลุด จนหุ้นพุ่งขึ้นมาปิดที่ระดับ 6.95 บาท บวกไป 0.35 บาท หรือขึ้นไป 5.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 224 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่มีลุ้นขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่ทำไว้ตรง 8 บาท แต่ต้องประเมินว่า ผลงานไตรมาส 2 ยังโตได้อีกแบบนี้..เล่นสั้น ๆ ดีกว่ามั้ง!
เม้าท์ถึงหุ้นที่เล่นสั้นขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” ขอมองไปที่หุ้น VGI เพื่อชี้ให้เห็นการขึ้นมาปิดที่ระดับ 0.90 บาท บวกไป 0.02 บาท หรือขึ้นไป 2.27% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 162 ล้านบาท คงเหมือนกับเที่ยวก่อน ๆ ที่โผล่ขึ้นมาแบบพญาอินทรีย์ แต่หายไปเงียบ ๆ แบบนกกระจอก อีฉันเลยมองว่า ดีสุดของเที่ยวนี้ก็คงไม่เกิน 1 บาท ซึ่งเป็นภาพที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ผนวกกับปีนี้กำไรลดฮวบ จึงกลายเป็นตัวรั้งราคาหุ้นนะออเจ้า
โมนิก้าและทีมงาน