KTB ชี้เงินบาทยังเสี่ยง จับตา FOMC-Nvidia กดตลาดผันผวนสูง

Krungthai GLOBAL MARKETS แบงก์กรุงไทย มองเงินบาทยังแกว่งผันผวนจากความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง พร้อมเตือนผลประชุม FOMC และงบ Nvidia อาจเป็นตัวเร่งตลาดเข้าสู่ภาวะ Risk-Off ระยะสั้น ขณะที่กรอบอ่อนค่ายังจำกัดแถว 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ แนะผู้ประกอบการใช้กลยุทธ์ Options รับมือความเสี่ยงค่าเงิน


นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

แม้ว่าเงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าลงบ้างในช่วงคืนที่ผ่านมา แต่การอ่อนค่าของเงินบาทยังคงถูกจำกัดแถวโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเรามองว่า เงินบาทอาจยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวไปได้ในช่วงระหว่างวัน เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจต้องการรอติดตามสองปัจจัยสำคัญ ทั้ง รายงานการประชุม FOMC ของ FED และ รายงานผลประกอบการของ Nvidia ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองสินทรัพย์ที่ชัดเจน หากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

อนึ่ง เรามีความกังวลว่า หากผู้เล่นในตลาดผิดหวังต่อรายงานผลประกอบการของ Nvidia อาจทำให้ ตลาดเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ชัดเจน ซึ่งในช่วงแรกอาจเห็นการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ได้บ้าง แต่หากการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้กดดันให้ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงทดสอบโซน 160 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงที่เงินเยนญี่ปุ่นสามารถพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง จากการเข้าแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นและทางการสหรัฐฯ ได้ (โดยอาจไม่จำเป็นต้องเข้าแทรกแซงจริง เพียงแค่ทำ Rate Check อาจหนุนให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นได้พอควร) นอกจากนี้ หากบรรดาหุ้นเทคฯ ปรับตัวลงหนัก อาจนำไปสู่การ Unwind Yen carry trade ได้บ้าง ซึ่งสามารถเป็นอีกปัจจัยที่หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่นในช่วงระยะสั้นได้ และช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท หรืออย่างน้อยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ไม่ยาก

เราคงมองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ เงินบาท (รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ) จะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง

แม้ว่า เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

Back to top button