DEMCO เดินหน้า JUMP+ เสริมแกร่งธุรกิจ EPC ลุยประมูลงานระบบไฟฟ้า ตุนแบ็กล็อก 3.16 พันล้าน

DEMCO เดินหน้าแผน JUMP+ เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และสร้างโอกาสทางธุรกิจ เสริมแกร่งงาน EPC ระบบไฟฟ้า พร้อมลุยประมูลงานภาครัฐ-เอกชน หลังตุนแบ็กล็อก 3.16 พันล้านบาท รองรับการรับรู้รายได้ต่อเนื่อง


นายณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO เปิดเผยในงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มบริษัทในปี 2569 ยังเดินหน้าเน้นธุรกิจหลักด้านวิศวกรรมระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน โดยเฉพาะงานรับเหมาแบบเบ็ดเสร็จ หรือ EPC ครอบคลุมงานสถานีไฟฟ้า สายส่งไฟฟ้า ระบบจำหน่ายไฟฟ้า ระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน รวมถึงงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานทดแทน ระบบกักเก็บพลังงาน และโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าในประเทศ

ทั้งนี้ DEMCO มองเห็นโอกาสเติบโตจากแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มงาน Transmission และ Grid Infrastructure ซึ่งสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญหลักของบริษัท ขณะเดียวกันยังติดตามโอกาสจากการลงทุนของภาคเอกชนในกลุ่ม Data Center ซึ่งบริษัทได้เข้าร่วมประมูลแล้วประมาณ 2-3 โครงการ และอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา

นายสุชาติ ก่อคุณากร ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานปฏิบัติการ DEMCO กล่าวว่า โครงสร้างธุรกิจของกลุ่มบริษัทแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการและงานรับเหมา EPC ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ครอบคลุมงานสถานีไฟฟ้า สายส่ง ระบบจำหน่าย ระบบไฟฟ้าใต้ดิน Renewable Energy, EV Charging, Battery Energy Storage System และ Smart Energy Management Platform 2. ธุรกิจโรงงานและการขาย โดยมีโรงงานผลิตโครงสร้างเหล็กสำหรับงานสายส่งไฟฟ้า เสาสื่อสารโทรคมนาคม และโครงสร้างรองรับอุปกรณ์ในสถานีไฟฟ้า รวมถึงธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำประปาใน สปป.ลาว และ 3. ธุรกิจลงทุนในโครงการพลังงานและสาธารณูปโภค

ด้านนายโชคชวาล ยังถาวรตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงิน DEMCO กล่าวว่า ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีการลงนามสัญญาโครงการใหม่รวมประมาณ 315 ล้านบาท ขณะที่เมื่อนับรวมงานที่ได้รับเพิ่มเติมหลังสิ้นไตรมาส 1 โดยเฉพาะงานระบบสายไฟฟ้าใต้ดินมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานที่ลงนามแล้วเกือบ 1,200 ล้านบาท

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/2569 แม้รายได้รวมลดลงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่บริษัทสามารถพลิกมีกำไรสุทธิประมาณ 16 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยรายได้หลักยังคงมาจากธุรกิจ EPC ประมาณ 381 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัท

ขณะเดียวกัน อัตรากำไรขั้นต้นของงานก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 18% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นของงานขายอยู่ในระดับมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บางส่วนยังมีผลขาดทุนขั้นต้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงประมาณ 8 ล้านบาท หรือกว่า 10% จากการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน

ส่วนฐานะการเงินของบริษัทอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E Ratio ลดลงจาก 0.66 เท่า เหลือ 0.65 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน หรือ IBD/E ลดลงจาก 0.32 เท่า เหลือ 0.31 เท่า สะท้อนความสามารถในการบริหารโครงสร้างเงินทุนและภาระหนี้ได้ดีขึ้น

สำหรับงานในมือรอรับรู้รายได้ หรือ Backlog ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3,160 ล้านบาท แบ่งเป็นงานภาคเอกชนกว่า 70% และงานภาครัฐเกือบ 30% โดยงานสถานีไฟฟ้ายังคงเป็นงานหลักมากกว่าครึ่งของพอร์ตงานทั้งหมด ขณะที่งานระบบสายไฟฟ้าใต้ดินที่ได้รับเพิ่มเติมเข้ามาจะช่วยเสริมฐานรายได้ในระยะถัดไป ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ารักษาระดับ Backlog on Hand ไว้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับเป้าหมายการรับรู้รายได้ในแต่ละปีที่ระดับประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท

นายโชคชวาล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทจะยังคงโฟกัสงานที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะงาน EPC ด้านระบบไฟฟ้า งานสถานีไฟฟ้า งานระบบสายไฟฟ้าใต้ดิน และงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ขณะเดียวกันยังพิจารณาโอกาสลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกและโครงการใหม่ ๆ อย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ JUMP+ ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยมุ่งเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มรายได้ การลดรายจ่าย และการสร้างโอกาสทางธุรกิจ หรือ S1-S2-S3 ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทได้วางไว้ต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับการขยายโอกาสในธุรกิจเดิมที่มีความเชี่ยวชาญ และธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะมีการนำเสนอความคืบหน้าของแผนกลยุทธ์ดังกล่าวเพิ่มเติมในช่วงผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569

ส่วนธุรกิจ Solar Rooftop ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 8 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ หรือ COD แล้วประมาณ 7 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะ COD เพิ่มอีกประมาณ 1 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจ EV Charging Station ปัจจุบันบริษัทยังเน้นการลงทุนเฉพาะโครงการภายใน DEMCO ส่วนงาน EV Charging ส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะการรับงาน EPC ให้แก่ลูกค้าเป็นหลัก

Back to top button