สแกนหุ้น “แบงก์-ไฟแนนซ์” รับแรงกระแทก “ดัชนีรถมือสอง” เม.ย.ร่วงแรง 9.6%

บล.ฟินันเซีย ไซรัส เผยดัชนีราคารถมือสองเดือน เม.ย. 69 ปรับลดลง 9.6% สะท้อนอุปสงค์ชะลอตัวและผลกระทบจากราคาน้ำมัน ชี้เป็นปัจจัยลบกดดันหุ้นกลุ่มธนาคารและไฟแนนซ์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกและจำนำทะเบียนรถ พร้อมเปิดโผหุ้นที่ได้รับผลกระทบนำโดย KKP, BAY, TIDLOR และ THANI


บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (Bank) และกลุ่มการเงิน (Finance) โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกและสินเชื่อจำนำทะเบียนรถว่า ดัชนีราคารถยนต์มือสองในเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 72.75 ลดลง 9.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังจากที่ดัชนีได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 เดือนก่อนหน้า และทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 ที่ระดับ 80.51 ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

สำหรับการปรับตัวลดลงของดัชนีในเดือนเมษายน 2569 นั้น เกิดขึ้นในทุกประเภทรถยนต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ในตลาดรถยนต์มือสองที่กลับมาชะลอตัวลง เนื่องจากมีวันหยุดทำการเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หากพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลังในช่วงปี 2565-2566 พบว่าตามปกติดัชนีฯ จะค่อยๆ ทยอยลดลงในช่วงครึ่งหลังของทุกปี และจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม ยกเว้นในช่วงปี 2567-2569 ที่เห็นการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายปีและต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมีนาคม ก่อนที่จะเริ่มอ่อนตัวลงในเดือนเมษายน โดยสามารถสรุปรายละเอียดได้ดังนี้

1.ดัชนีราคารถยนต์นั่งมือสอง อยู่ที่ระดับ 86.68 ลดลง 12.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และลดลง 11.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากระดับ 99.38 จุดในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงที่แรงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

2.ดัชนีราคารถบรรทุกมือสอง อยู่ที่ระดับ 63.81 ลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งแม้จะอ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ทำไว้ในเดือนมีนาคม 2569 แต่ยังถือว่าสามารถทรงตัวได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มรถยนต์นั่ง

ทั้งนี้ FSS ประเมินว่า สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นปัจจัยลบต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์และกลุ่ม Non-bank โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ได้แก่ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI, บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ASK และ บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR แม้ว่าจะเป็นสถานการณ์ปกติที่เกิดขึ้นในทุกปี แต่จากสถานการณ์ราคาน้ำมันภายในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อรถอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่ตลาดรถยนต์มือสองและรถบรรทุกมือสอง เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง โดยฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าผลกระทบต่อการเติบโตของสินเชื่อของผู้ประกอบการ รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ จะเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป) ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคารถยนต์นั่งมือสอง เรียงตามลำดับผลกระทบจากมากไปน้อย ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY, บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ในขณะที่ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB แทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว

ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการสินเชื่อจำนำทะเบียนและสินเชื่อรถบรรทุกมือสองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเรียงตามลำดับ ได้แก่ TIDLOR, บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC, บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD, TISCO, BAY, KKP, ASK, TTB และ SCB ซึ่งได้รับผลกระทบจากการลดลงของราคารถยนต์นั่งมือสองในส่วนของพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียน ในขณะที่ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบในส่วนของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือสอง ได้แก่ บริษัท ไมโครลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MICRO, THANI, ASK และ TIDLOR

Back to top button