
“ศุภจี” ยันยังไม่ปรับเป้าส่งออก แม้ USTR เสนอภาษี ม.301 เร่งปิดดีล ART สิ้นเดือนนี้
พาณิชย์ ชี้แจงไทม์ไลน์ USTR ก่อนพิจารณาภาษี มาตรา 301 ขั้นสุดท้าย คาดได้ข้อสรุปก่อน 24 ก.ค. 69 พร้อมเจรจา ART ให้จบภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า วันนี้ (4 มิ.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เสนอจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 กับประเทศและเขตเศรษฐกิจ 60 แห่ง รวมถึงประเทศไทย จากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันสินค้าที่ผลิตจากแรงงานบังคับ (Forced Labor) รวมทั้งกรณีสินค้าบางรายการได้รับการยกเว้นภาษีตามบัญชี Annex A ว่า สหรัฐฯ ได้ออกข้อเสนอเบื้องต้น (Preliminary Proposal) แบ่งประเทศและเขตเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ USTR เห็นว่ามีมาตรการป้องกันแรงงานบังคับเพียงพอ จำนวน 14 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจ ซึ่งถูกเสนออัตราภาษีเพิ่มเติม 10% และอีก 46 ประเทศหรือเขตเศรษฐกิจ รวมถึงประเทศไทย ที่ถูกเสนออัตราภาษีเพิ่มเติม 12.5%
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมีมาตรการในเรื่องดังกล่าวครบถ้วนอยู่แล้ว โดยในการเจรจากับสหรัฐฯ ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ร่วมชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่มีคือกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ไม่มีมาตรการดังกล่าว ซึ่งต้องให้กระทรวงแรงงานอธิบายแนวทางและมาตรการที่จะดำเนินการต่อไป
ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ตามไทม์ไลน์ของ USTR ประเทศที่เกี่ยวข้องจะต้องยื่นคำขอเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569 และภายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 จะต้องยื่นคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร (Written Comments) เพื่อแสดงความเห็นว่า อัตราภาษีที่เสนอมีความเหมาะสมหรือไม่ มีรายการสินค้าใดควรเพิ่มหรือถอดออก รวมถึงความเหมาะสมของรายการสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภายใต้บัญชี Annex A
จากนั้นในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 สหรัฐฯ จะเริ่มกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (Public Hearing) และภายในวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จะเปิดให้ยื่นคำโต้แย้งเพิ่มเติม (Post-Hearing Rebuttal) ก่อนพิจารณาประกาศใช้มาตรการต่อไป
นางศุภจี กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นไทม์ไลน์ที่กำหนดโดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่า กลุ่มประเทศที่ได้รับอัตราภาษี 10% หลายประเทศไม่ได้มีกฎหมายระหว่างประเทศเกี่ยวกับการป้องกัน Forced Labor แต่เป็นประเทศที่ได้ทำความตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade: ART) กับสหรัฐฯ แล้ว
ขณะที่นางอารดา กล่าวว่า ประเทศที่มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้วมี 6 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา เอกวาดอร์ สหภาพยุโรป อินโดนีเซีย เม็กซิโก และปากีสถาน ส่วนอีกกลุ่มที่อาจยังไม่ได้มีกฎหมายบังคับใช้อย่างเพียงพอ แต่ได้ทำ ART กับสหรัฐฯ แล้ว เช่น มาเลเซีย กัวเตมาลา บังกลาเทศ อาร์เจนตินา ไต้หวัน และเอกวาดอร์
นางศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้มีความตั้งใจที่จะสรุปการเจรจา ART ให้ได้ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ โดยในช่วงเช้าวันเดียวกันได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ประมาณ 25 เรื่อง ซึ่งกระจายอยู่ตามกระทรวงต่าง ๆ และมีความคืบหน้าไปพอสมควร
“คิดว่าน่าจะเป็นท่าทีที่ใกล้กับท่าทีสุดท้ายมากขึ้น ครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณ และเชื่อว่าสหรัฐฯ จะดำเนินการเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่มาตรา 122 จะสิ้นสุดลง” นางศุภจี กล่าว
นางศุภจี กล่าวว่า สหรัฐฯ ดำเนินมาตรการดังกล่าวเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับประเทศต่าง ๆ โดยมาตรา 122 กำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 10% และต่อให้มีการทำ ART แล้ว ก็ยังอยู่ที่ระดับ 10%
นอกจากนี้ ตนได้พบหารือกับ USTR ทั้งที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และระหว่างการประชุมเอเปก ที่จีน ซึ่งทั้งสองครั้งได้รับสัญญาณว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับประเทศไทย จึงได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยในวันนี้ได้หารือกันอีกระดับหนึ่ง และคาดว่าภายในวันพรุ่งนี้แต่ละหน่วยงานจะกลับมาพร้อมท่าทีที่ใกล้เคียงกับข้อสรุปสุดท้ายมากขึ้น
พร้อมกันนี้ ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อนำท่าทีของไทยในการเจรจา ART ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันพรุ่งนี้ ไปหารือกับฝ่ายสหรัฐฯ ขณะที่ตนเองก็มีนัดหารือกับ USTR เช่นกัน เพื่อผลักดันให้การเจรจา ART แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้
สำหรับสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีภายใต้บัญชี Annex A นั้น นางศุภจี กล่าวว่า ครอบคลุมสินค้า 4 หมวด ได้แก่ สินค้าเกษตรและอาหาร อาทิ สับปะรด มะพร้าว และแป้งมันสำปะหลัง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พลังงานและแร่ธาตุ รวมถึงชิ้นส่วนอากาศยาน โดยมีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นจำนวน 1,655 รายการ และเป็นการยกเว้นให้กับทุกประเทศ ขณะที่สินค้าที่ไทยส่งออกไปสหรัฐฯ มีประมาณ 10,000 รายการ
เมื่อถามว่า ระหว่างที่อยู่ในขั้นตอนการชี้แจงดังกล่าว การส่งออกของไทยจะได้รับผลกระทบหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลในขณะนี้คือความไม่แน่นอน โดยเดิมมีการคาดการณ์ว่าในเดือนกรกฎาคมจะสิ้นสุดที่อัตรา 19% หมายความว่าการเจรจา ART จะต้องได้ข้อยุติ ขณะที่หากยังไม่จบ ART แม้จะมีการยกเลิก Tariffs ก็ยังต้องมีการเจรจา ART ต่อไป
ส่วนอีกประเด็นที่สหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมา คือ การตรวจสอบกำลังการผลิตส่วนเกิน (Excess Capacity) นั้น นางศุภจี กล่าวว่า เป็นเรื่องที่มองว่ายากกว่าประเด็น Forced Labor แต่ไทยได้ชี้แจงแล้วว่าไม่ได้มีกำลังการผลิตส่วนเกินตามที่ถูกตั้งข้อสังเกต และมีความมั่นใจในข้อมูลที่ได้ชี้แจงไป หากต้องมีการยืนยันก็พร้อมพิสูจน์ด้วยข้อมูลเพิ่มเติม โดยย้ำว่าสินค้าเกษตรไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว
เมื่อถามว่า สัญญาณที่เกิดขึ้นจะทำให้กระทรวงพาณิชย์ต้องปรับเป้าหมายการส่งออกปี 2569 หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเป้าหมาย เนื่องจากการส่งออกไทยยังขยายตัวได้ดีกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แม้ว่าสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกและค่าขนส่งจะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายการส่งออกของไทย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
“พาณิชย์” เปิด 9 สินค้าไทย รอดภาษีสหรัฐ ม.301 “ชิป-HDD-สมาร์ทโฟน” นำทีม

