
“พาณิชย์” เปิด 9 สินค้าไทย รอดภาษีสหรัฐ ม.301 “ชิป-HDD-สมาร์ทโฟน” นำทีม
“พาณิชย์” เผยสินค้าไทย 9 กลุ่มอยู่ในบัญชี ANNEX A ได้รับยกเว้นภาษีนำเข้าเพิ่มเติมตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ ขณะที่ “อนุทิน” กำชับทุกหน่วยงานเร่งเจรจา “ศุภจี” รับหน้าที่ขับเคลื่อนก่อนเส้นตาย 24 ก.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอารดา เฟื้องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ “ข่าวหุ้นธุรกิจ” ว่า กรณีการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมตามมาตรา 301 ของสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมสินค้านำเข้าทุกประเภท แต่ยกเว้นสินค้าที่อยู่ใน ANNEX A
โดยสินค้าใน ANNEX A (รายการชุดมาตรการควบคุมความปลอดภัยของข้อมูล) ที่ไทยมีการส่งออกไปสหรัฐฯ มากที่สุด ประกอบด้วย 9 กลุ่มสินค้าได้แก่ 1. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลถาวรแบบจานหมุนแม่เหล็ก หรือ HDD และ Data Storage 2. เซมิคอนดักเตอร์และ IC 3. ชิ้นส่วนประเภท PCB Assembly 4. อุปกรณ์สื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ 5. สมาร์ทโฟนและชิ้นส่วนต่าง ๆ 6. มันสำปะหลังและแป้งมันสำปะหลัง 7. มะพร้าวและผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว 8. สับปะรดแปรรูป และ 9. มะม่วงแปรรูป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ตามวันเวลาในประเทศไทย สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เปิดเผยข้อเสนอการใช้มาตรการทางภาษีภายใต้มาตรา 301 ต่อประเทศและเขตเศรษฐกิจจำนวน 60 แห่ง รวมถึงประเทศไทย โดยเสนอจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากประเทศที่ USTR เห็นว่า ยังไม่มีมาตรการห้ามนำเข้าและบังคับใช้กฎหมายอย่างเพียงพอ เพื่อสกัดกั้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor)
สำหรับประเทศที่ USTR เห็นว่า ยังไม่มีมาตรการรองรับเพียงพอ จำนวน 54 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ถูกเสนอให้จัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในอัตรา 12.5% ภายใต้มาตรา 301 อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้ในทันที โดย USTR จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะจนถึงวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 และจัดการประชาพิจารณ์ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ก่อนพิจารณามาตรการขั้นสุดท้ายต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ โดยเน้นย้ำกับครม. ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ทั้งภาคการส่งออก ผู้ประกอบการ เกษตรกร และแรงงานของไทยทั้งระบบ นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเร่งรัดแต่ต้องรอบคอบยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ซึ่งเรื่องได้มอบหมายให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่น ๆ ขับเคลื่อนการเจรจา ก่อนที่อัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลง คือวันที่ 24 กรกฎาคม 2569

