
AP ปลื้ม ทริสฯ คงอันดับเครดิต “A” ลุยเปิด 42 โครงการใหม่ 5.5 หมื่นล้าน
AP ปลื้ม “ทริสเรทติ้ง” คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ระดับ A แนวโน้ม Stable ต่อเนื่องปีที่ 4 สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง พร้อมเดินหน้าเปิด 42 โครงการใหม่ มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาทในปี 69
บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ AP ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทย ภายใต้คำมั่นสัญญา “ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้” ประกาศความสำเร็จในด้านเสถียรภาพทางการเงินระดับสูงสุด โดยล่าสุด บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS Rating) ได้ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทฯ ที่ระดับ “A” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ตอกย้ำถึงความแข็งแกร่งขององค์กร การดำเนินธุรกิจ สถานะทางการเงิน พอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมและหลากหลาย ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนการมีภาระหนี้ระดับปานกลางและสภาพคล่องที่เต็มเปี่ยม
สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้กรอบการทำงาน ‘CODE OF IN-DEPTH UNDERSTANDING’ เพื่อส่งมอบ Living Quality คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด โดยยึดมั่นใน Code of Financial Discipline วินัยทางการเงินที่เข้มงวด หลักการสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงทางธุรกิจระยะยาวของเอพี
‘Code of Financial Discipline’ หลักการสำคัญเพื่อการดำเนินธุรกิจมั่นคงและยั่งยืน
นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ ประธานฝ่ายบริหาร บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า การที่เอพีรักษาอันดับเครดิตระดับ ‘A’ แนวโน้ม ‘Stable’ ได้ต่อเนื่องถึง 4 ปีซ้อน ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน ไม่ใช่แค่ความสำเร็จทางการเงินของบริษัท แต่คือความมั่นใจที่เอพีมอบให้กับลูกค้าครอบครัวของเอพี
เอพีดำเนินธุรกิจโดยมี Code of Financial Discipline หลักการสำคัญเพื่อการดำเนินธุรกิจมั่นคงและยั่งยืน ในการบริหารจัดการความเสี่ยงและโครงสร้างทางการเงินอย่างเคร่งครัด ที่ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทุกโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมของเอพีจะได้รับการพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์และส่งมอบบ้านคุณภาพตรงตามกำหนดเวลา โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องโครงการหยุดชะงัก เพื่อให้ทุกครอบครัวเริ่มต้น ‘ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้’ ได้อย่างสบายใจและมั่นคงในทุกสภาวะตลาด”
รายงานจาก TRIS Rating ระบุอย่างเด่นชัดถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันของเอพี ไทยแลนด์ โดยบริษัทยังคงรักษาตำแหน่ง Top 3 ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อย่างเหนียวแน่นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โดยมีมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์รวมโครงการร่วมทุน (JV) อยู่ในระดับสูงที่ 40,000 – 49,000 ล้านบาท
ที่สำคัญ เอพียังโชว์ศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) พุ่งทะยานเกือบเท่าตัว จาก 12% ในปี 2564 ขึ้นมาอยู่ที่ 19% ในปี 2568 ครองสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับการจัดอันดับจากทริสเรทติ้ง ทิ้งห่างคู่แข่ง และสะท้อนถึงฐานรายได้ที่แข็งแกร่งและกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากลูกค้าในระยะยาว
แผนการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการเปิดตัว 42 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 55,000 ล้านบาท ตลอดปี 2569 นี้ ถือเป็นการสะท้อนพอร์ตสินค้าที่แข็งแกร่งและมีความยืดหยุ่นสูง ครอบคลุมทุกรูปแบบการอยู่อาศัย ประกอบด้วย บ้านเดี่ยว 11 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 14,400 ล้านบาท ทาวน์โฮมและบ้านแฝด 16 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 15,600 ล้านบาท และโครงการในภูมิภาค 8 โครงการใหม่ มูลค่า 8,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ เอพี ไทยแลนด์ ได้วางเป้าหมายยอดขายและรายได้รวม (100% JV) ประจำปี 2569 ไว้สูงถึง 49,000 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ให้ทะยานไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน
สอดคล้องกับความไว้วางใจอย่างท่วมท้นของลูกค้าที่มีต่อโครงการในเครือเอพีกว่า 200 โครงการทั่วประเทศ ส่งผลให้ในไตรมาสแรกของปี 2569 (1/2569) เอพี ไทยแลนด์ สามารถสร้างผลงานอันโดดเด่นด้วยรายได้รวม (รวม 100% JV) สูงถึง 10,554 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรสุทธิไปได้ถึง 903 ล้านบาท พร้อมทั้งยังคงรักษาสถานะทางการเงินได้อย่างมั่นคงสูงสุดด้วยสินทรัพย์รวม 87,646 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E Ratio) อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย ต่ำเพียง 0.64 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังมีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) แข็งแกร่งและหนาแน่นสะสมรวมกว่า 39,626 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) โดยแบ่งเป็นพอร์ตโครงการแนวราบ 18,476 ล้านบาท และพอร์ตคอนโดมิเนียมอีก 21,150 ล้านบาท ซึ่งพอร์ตหลังนี้เตรียมทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องจากการส่งมอบ 5 คอนโดมิเนียมโครงการใหม่ตลอดทั้งปี เพื่อเป็นหลักประกันในการขับเคลื่อนเม็ดเงินหมุนเวียนและการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตตามเป้าหมายที่วางไว้

