“ฮั่วเซ่งเฮง” ชี้ทองเสี่ยงย่อ หลัง “เฟด” ส่งซิกขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ แนะรอเก็บ 4,220 เหรียญ

ฮั่วเซ่งเฮง (HUASENGHENG) มองแนวโน้มราคาทองคำระยะสั้นอ่อนตัวลง หลังผลประชุมเฟดมีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่ส่งสัญญาณปรับขึ้น 1 ครั้งในปีนี้ แนะนักลงทุนแบ่งเงินลงทุนเพื่อทยอยเข้าซื้อบางส่วนที่ระดับ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์


บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ Hua Seng Heng เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่คณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ 12-0 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50% – 3.75% ซึ่งนับเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 4 ของปีนี้ และเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ บริษัทประเมินแนวโน้มราคาทองคำว่าในระยะสั้นมีแนวโน้มย่อตัวลง เนื่องจากเฟดได้ส่งสัญญาณที่เข้มงวดด้านดอกเบี้ยว่าจะมีการปรับขึ้น 1 ครั้งในปี 2569

ทั้งนี้ ระยะสั้นประเมินแนวรับของราคาทองคำไว้ที่ 4,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่มีแนวต้านอยู่ที่ 4,360 – 4,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนแบ่งเงินลงทุนเพื่อทยอยเข้าซื้อบางส่วนที่ระดับ 4,220 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (คิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 65,800 บาท)

สำหรับการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟด (Dot Plot) สะท้อนให้เห็นว่าในปี 2569 เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจำนวน 1 ครั้ง โดยมีเจ้าหน้าที่เฟดถึง 9 รายที่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ขณะที่ในช่วงปี 2570-2571 เฟดประเมินว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงปีละ 0.25% (หรือปีละ 1 ครั้ง) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากประมาณการเดิมเมื่อเดือนมีนาคม ที่เคยระบุว่าในช่วงปี 2569-2570 เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยปีละ 0.25% (หรือปีละ 1 ครั้ง) และจะตรึงอัตราดอกเบี้ยในปี 2570

ด้าน นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คนใหม่ ได้กล่าวแถลงการณ์โดยเน้นย้ำว่า เฟดจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา และให้ความสำคัญกับความจำเป็นในการควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณที่เข้มงวดในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังได้เริ่มกระบวนการเปลี่ยนระบอบเฟด (Regime Change) โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำการส่งคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่วนกรณีที่ แถลงการณ์ของคณะกรรมการเฟดสั้นลงนั้น เป็นการให้เพียงข้อเท็จจริงเท่าที่สามารถประเมินได้ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่หายไปจากระบบคือ การส่งสัญญาณแนวนโยบายล่วงหน้า (Forward guidance) เนื่องจากคณะกรรมการเห็นพ้องตรงกันว่า เครื่องมือดังกล่าวไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ด้านนโยบายในปัจจุบัน

Back to top button