
ตลาดยุโรปปิดลบ แรงเทขายหุ้นเหมืองแร่ฉุด-ผิดหวังเจรจาสหรัฐ-อิหร่านสะดุด
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ หลังหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงตามราคาโลหะที่อ่อนตัว ขณะที่นักลงทุนวิตกความตึงเครียดตะวันออกกลาง หลังการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านหยุดชะงัก แม้ STOXX 600 ยังบวกในรอบสัปดาห์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลงในวันศุกร์ (19 มิ.ย.) โดยได้รับแรงกดดันจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์และโลหะอ่อนตัวลง ขณะที่นักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งหยุดชะงัก
ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ 635.61 จุด ลดลง 1.53 จุด หรือ -0.24% อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ในรอบสัปดาห์นี้ หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นสัปดาห์
ส่วนดัชนีหลักตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวในแดนลบ โดยดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,421.14 จุด ลดลง 46.84 จุด หรือ -0.55% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 24,985.82 จุด ลดลง 40.98 จุด หรือ -0.16% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอน ปิดที่ 10,363.27 จุด ลดลง 36.43 จุด หรือ -0.35%
บรรยากาศการลงทุนยังคงเปราะบาง หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่สวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ถูกยกเลิก ขณะที่สถานการณ์สู้รบในเลบานอนทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนกลับมากังวลต่อความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง แม้ในเวลาต่อมาอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อหุ้นบางกลุ่ม โดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการปรับตัวลดลง 0.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ตามทิศทางราคาน้ำมัน
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด โดยลดลง 2.1% หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์อ่อนตัวลง ส่งผลให้หุ้น Antofagasta และ Pan African Resources ซึ่งจดทะเบียนในตลาดลอนดอน ได้รับแรงกดดันอย่างหนัก
ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ ดัชนี STOXX 600 ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากความหวังต่อความคืบหน้าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญต่อการขนส่งพลังงานของโลก
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากแนวโน้มการเจรจาสันติภาพยังมีความไม่แน่นอน
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ระบุว่า ราคาผู้ผลิตของเยอรมนีในเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยลดความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจเร่งแรงกดดันเงินเฟ้อ
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 3 ปี แต่ผู้กำหนดนโยบายมองว่าการคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปในเดือน ก.ค. มีแนวโน้มเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้มากกว่า
สำหรับหุ้นรายตัว หุ้น ASML ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ปิดลดลง 1.1% หลังบริษัทชี้แจงว่า ไม่เคยส่งมอบเครื่องผลิตชิปด้วยเทคโนโลยี EUV ให้กับจีน หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กังวลว่าอุปกรณ์ขั้นสูงของบริษัทอาจถูกส่งไปถึงจีนแล้ว
ส่วนหุ้น PPHE Group ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมจากเนเธอร์แลนด์ ร่วงลง 15.8% หลังบริษัทเปิดเผยว่า ข้อเสนอซื้อกิจการมูลค่า 920.9 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก Fattal Hotel Group ของอิสราเอล ไม่ประสบความสำเร็จ
