
“กรุงศรี” ชี้ Singtel ขายบิ๊กล็อต GULF หนุนฟรีโฟลตสูงขึ้น เปิดทางเพิ่มน้ำหนัก MSCI-FTSE
บล.กรุงศรี ชี้ Singtel ขายบิ๊กล็อตหุ้น GULF หนุน Free Float เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เปิดทางบวกต่อการคำนวณน้ำหนักในดัชนี MSCI และ FTSE และอาจดึงเงินลงทุนจากกองทุน Passive ในระยะต่อไป
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้น บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ภายหลังมีรายงานจาก Bloomberg ระบุว่า Singtel Global Investment เตรียมจำหน่ายหุ้น GULF จำนวน 416 ล้านหุ้น ผ่านธุรกรรม Big Lot คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 24,960 ล้านบาท โดยกำหนดช่วงราคาขายที่ 58.80-60.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าราคาปิดล่าสุดที่ 61.25 บาทต่อหุ้นราว 2-4% และผู้ขายจะอยู่ภายใต้เงื่อนไข Lock-up เป็นระยะเวลา 90 วันภายหลังการทำรายการ
ทั้งนี้จำนวนหุ้นที่เสนอขายคิดเป็นประมาณ 36% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ Singtel ถือครองใน GULF และคิดเป็นสัดส่วนราว 2.8% ของหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ส่งผลให้สัดส่วนการถือหุ้นของ Singtel ลดลงจาก 7.73% เหลือประมาณ 4.95%
โดยประเมินว่าระยะสั้นราคาหุ้น GULF อาจเผชิญแรงกดดันเชิงเทคนิคจากการทำรายการ Big Lot ขนาดใหญ่ รวมถึงการกำหนดราคาขายในระดับ Discount เมื่อเทียบกับราคาตลาด โดยมองแนวรับสำคัญของหุ้นอยู่ช่วง 58.75-60 บาทต่อหุ้น
อย่างไรก็ตามในมุมมองปัจจัยพื้นฐาน KSS ระบุว่า ธุรกรรมดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการหรือฐานะทางการเงินของบริษัท เนื่องจากเป็นเพียงการเปลี่ยนมือผู้ถือหุ้นเดิม ไม่ใช่การออกหุ้นใหม่หรือการเพิ่มทุนจึงไม่ก่อให้ เกิดผลกระทบด้าน Dilution และไม่ส่งผลต่อกำไรต่อหุ้น (EPS)
นอกจากนี้ KSS มองว่าดีลดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยบวกต่อการคำนวณน้ำหนักในดัชนี MSCI และ FTSE ในอนาคต เนื่องจากหุ้นที่ถูกขายออกมาคิดเป็นประมาณ 2.8% ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด หากกระจายไปยังนักลงทุนสถาบันหรือผู้ลงทุนทั่วไป และได้รับการนับรวมเป็น Free Float จะช่วยเพิ่มสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (Free Float) ของ GULF อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการเพิ่มขึ้นของ Free Float มีแนวโน้มส่งผลให้น้ำหนักการลงทุนของ GULF ในดัชนี MSCI และ FTSE ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการทบทวนรอบถัดไป เนื่องจากทั้งสองดัชนีให้น้ำหนักกับหุ้นที่สามารถลงทุนได้จริง (Investable Universe) ซึ่งอาจนำไปสู่กระแสเงินลงทุนจากกองทุน Passive Fund และ ETF ที่อ้างอิงดัชนีดังกล่าวไหลเข้าหุ้นเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า
จึงมองว่าการขายหุ้นของ Singtel ครั้งนี้เป็นเพียงแรงกดดันเชิงเทคนิคระยะสั้น ขณะที่ในเชิงโครงสร้างถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกจากการลดสัดส่วนการถือครองของผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์ (Strategic Holding) และเพิ่ม Free Float ให้กับหุ้น GULF ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อโอกาสการเพิ่มน้ำหนักในดัชนีสำคัญระดับโลก และเอื้อต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนสถาบันในอนาคต ทั้งนี้ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของ GULF และคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมาย 74 บาทต่อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองดีลดังกล่าวเป็นเพียง sentiment เชิงลบระยะสั้น โดยคาดว่าหลังการควบรวมระหว่าง GULF และ INTUCH แล้ว บทบาทของ Singtel อาจลดลง ขณะเดียวกันนโยบายการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ของ Singtel28 ยังมุ่งเน้นการขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (non-core assets) เพื่อนำเงินไปลงทุนในธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งนี้ การขาย Big Lot ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ราคาซึ่งมีส่วนลดจากราคาปิดเพียงประมาณ 2–4% สะท้อนถึงแรงซื้อ (demand) ที่ค่อนข้างแข็งแกร่งในตลาด
อย่างไรก็ตามหากธุรกรรมดังกล่าวดำเนินการครบตามจำนวนที่ระบุไว้ Singtel จะยังคงถือหุ้น GULF อยู่ประมาณ 739 ล้านหุ้น ซึ่งจะอยู่ภายใต้ข้อกำหนด lock-up period ห้ามขายเพิ่มเติมเป็นระยะเวลา 90 วัน

