
GULF สานต่อโครงการเติมพลังไฟปีที่ 4 ยกระดับการศึกษา-คุณภาพชีวิตชุมชนห้วยต้า
GULF เดินหน้าโครงการ “GULF Sparks, Life Starts” ปีที่ 4 ติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมระบบกักเก็บพลังงานให้โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา จ.อุตรดิตถ์ เพิ่มโอกาสเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ น้ำดื่มสะอาด และส่งเสริมอาชีพชุมชน เผยช่วยเหลือพื้นที่ห่างไกลแล้วกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าสานต่อโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมุ่งนำพลังงานสะอาดเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ห่างไกลที่ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางการศึกษา สาธารณสุข และการประกอบอาชีพ ล่าสุดดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานให้แก่โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
สำหรับบ้านห้วยต้าเป็นชุมชนขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนพื้นที่ลักษณะคล้ายเกาะเหนือเขื่อนสิริกิติ์ มีประชากรประมาณ 300 คน หรือราว 150 หลังคาเรือน โดยการเดินทางเข้าออกต้องอาศัยเรือเป็นหลัก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากท่าเรือในอำเภอท่าปลา ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและทำสวนผลไม้ รวมถึงงานทอผ้าและหัตถกรรมซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นสำคัญ
นายยงยุทธ สิงเต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านห้วยต้า ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผยว่า แม้ชุมชนจะได้รับการพัฒนาด้านการเกษตร อาชีพ และคุณภาพชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการศึกษาและกิจกรรมของชุมชน รวมถึงระบบกรองน้ำที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ทั้งนี้ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ของ GULF จะช่วยให้โรงเรียนมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง รองรับการใช้งานอุปกรณ์การเรียนการสอน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบผลิตน้ำดื่มสะอาด รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนและการประกอบอาชีพในพื้นที่
ด้าน นายบัณฑิต นันตะเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา กล่าวว่า โรงเรียนเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียน 41 คน และครู 13 คน โดยที่ผ่านมาโรงเรียนต้องพึ่งพาระบบไฟฟ้าของหมู่บ้านที่สามารถใช้งานได้ในช่วงเวลาจำกัด ขณะที่ระบบโซลาร์เซลล์เดิมเสื่อมสภาพและได้รับความเสียหายจากเหตุฟ้าผ่า ส่งผลให้ไม่สามารถรองรับการใช้งานได้อย่างเพียงพอ
ปัญหาดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อการจัดการเรียนการสอน เนื่องจากนักเรียนไม่สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ครูต้องปรับรูปแบบการสอนให้สอดคล้องกับข้อจำกัดด้านพลังงาน รวมถึงการจัดเก็บวัตถุดิบสำหรับโครงการอาหารกลางวันและการผลิตน้ำดื่มสะอาดที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนไฟฟ้า
อย่างไรก็ตาม ภายหลังองค์การบริหารส่วนตำบลนางพญาเสนอชื่อโรงเรียนเพื่อขอรับการสนับสนุนผ่านช่องทางออนไลน์ของ GULF และได้รับการคัดเลือกให้ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ทำให้โรงเรียนมีความพร้อมด้านไฟฟ้ามากขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลมาใช้ประกอบการเรียนการสอน ตลอดจนสนับสนุนการทำงานของระบบกรองน้ำและโรงทอผ้าชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์เรียนรู้และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
ขณะที่ นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหาร ฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัท โดยมีเป้าหมายนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาดไปช่วยแก้ไขปัญหาการเข้าถึงไฟฟ้าในพื้นที่ห่างไกล ควบคู่กับการเพิ่มโอกาสด้านการศึกษา สาธารณสุข การสร้างอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับการดำเนินโครงการตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา GULF ได้สนับสนุนการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้แก่ชุมชนห่างไกลมากกว่า 20 พื้นที่ทั่วประเทศ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 100 กิโลวัตต์ และมีผู้ได้รับประโยชน์มากกว่า 10,000 คน สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำพลังงานสะอาดมาสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเดินหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอพื้นที่ที่ยังขาดแคลนไฟฟ้าเพื่อพิจารณาให้การสนับสนุนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงพลังงานสะอาดและสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

