
“ตลาดเกาหลีใต้” ดิ่ง 10% แรงขายถล่มหุ้นเทค-ชิป
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงแรงเกือบ 10% หลังแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยแรงเทขายหุ้นกลุ่มชิปกดดันตลาด ส่งผลให้ความผันผวนกลับมาพุ่งสูงอีกครั้งในรอบหลายเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงาน ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันอังคาร โดยร่วงลงเกือบ 10% จากระดับปิดก่อนหน้า และเป็นการปรับตัวลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์จากนักลงทุนต่างชาติ
โดยดัชนีปิดที่ระดับ 8,203.84 จุด ลดลง 910.71 จุด หรือ 9.99% โดยได้รับแรงกดดันหลักจากหุ้นขนาดใหญ่ ได้แก่ Samsung Electronics และ SK Hynix ซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่า 12% ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปอย่างมีนัยสำคัญ และกระตุ้นให้เกิดการใช้กลไกหยุดการซื้อขายชั่วคราว (circuit breaker) เป็นเวลา 20 นาทีในช่วงบ่าย
แรงเทขายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของเกาหลีใต้แสดงความกังวลต่อความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์การลงทุนแบบใช้เลเวอเรจที่อิงกับหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเพิ่งเริ่มนำเสนอในตลาดเมื่อไม่นานมานี้ ขณะเดียวกัน ระดับหนี้มาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิถุนายน ยิ่งเพิ่มความเปราะบางต่อความผันผวนของตลาด
นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังถูกกดดันเพิ่มเติม หลังมีรายงานว่าเกาหลีใต้ไม่ได้รับการปรับสถานะเข้าสู่ดัชนีตลาดพัฒนาแล้วของ MSCI ในรอบการทบทวนครั้งล่าสุด ซึ่งลดความคาดหวังต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างชาติ
ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากการขายทำกำไร หลังดัชนี KOSPI เคยปรับตัวขึ้นทำระดับสูงสุดใหม่ก่อนหน้า สะท้อนความกังวลต่อระดับมูลค่าที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา
ในรายหุ้นรายตัว SK Hynix เผชิญแรงขายเพิ่มเติมจากความกังวลเกี่ยวกับการปรับแผนการผลิตหน่วยความจำ โดยอาจลดสัดส่วน High-Bandwidth Memory (HBM) เพื่อเพิ่มการผลิต DRAM ซึ่งอาจส่งผลต่อโครงสร้างการแข่งขันในอุตสาหกรรม ขณะที่ Hyundai Motor ก็ปรับตัวลดลงมากกว่า 10%
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดเกาหลีใต้ในภาพรวม และยังมีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วงที่ผ่านมา แม้จะเผชิญความผันผวนอย่างต่อเนื่องก็ตาม
