TNITY ปั้น 2 ไอพีโอเทรด mai ปีนี้! ปักธงดัชนี 1,600 จุด แนะลุยหุ้นแบงก์-ท่องเที่ยว

บมจ.ทรีนีตี้ (TINITY) เตรียมดัน 2 ไอพีโอเข้าเทรด mai ปีนี้ ปักธงดัชนีปีนี้แตะ 1,600 จุด ชี้ไตรมาส 4 ตลาดหุ้นไทยเตรียมผงาด นำทัพโดยกลุ่มท่องเที่ยวที่ได้อานิสงส์ภาครัฐ ชู MINT มูลค่าน่าสนใจ พร้อมคัดหุ้นเด่น IVL-STECON-GPSC-ADVANC น่าเก็บสะสม แนะถือเงินสด 25-40% บริหารความเสี่ยงรับมือวัฏจักรเงินทุนโลก


ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บริษัท ทรีนีตี้ วัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ TNITY เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีดีลการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อยู่ในมือจำนวน 2 บริษัท โดยคาดการณ์ว่าจดทะเบียนเข้าในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ได้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนแผนการออกตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ปัจจุบันบริษัทยังคงอยู่ระหว่างการศึกษา โดยจะมุ่งเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการดำเนินงานเป็นหลัก

ประเมินเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 2569 ที่ระดับ 1,600 จุด ภายใต้สมมติฐานกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 100 บาท และ Forward P/E ที่ระดับ 15.90 เท่า และมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นหากแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังเติบโต

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำให้ถือเงินสดในพอร์ตประมาณ 25-40% และเลือกหุ้นที่ P/E ยังไม่แพง, มีการเติบโตที่ดี (และหุ้นปลอดภัย โดยระยะสั้น 1-3 เดือน ยังให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์, สื่อสาร, ท่องเที่ยว, นิคมอุตสาหกรรม, โรงไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนพลังงาน 

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนราว 16.7% ซึ่งแม้ระยะแรกจะถูกขับเคลื่อนโดยหุ้น DELTA เป็นหลัก แต่ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าเม็ดเงินจะหมุนเวียนไปยังหุ้นกลุ่มอื่นๆ มากขึ้น และประเมินว่าตลาดหุ้นไทยจะกลับมาทำผลงานได้ดีกว่าตลาดโลกอีกครั้งในช่วงไตรมาสที่ 4

ทั้งนี้ ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญของตลาดการเงินโลก จากยุคที่ขับเคลื่อนด้วยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ไปสู่ยุคที่สภาพคล่องและต้นทุนจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการลงทุน จึงควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง การกระจายการลงทุน และการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของวัฎจักรเงินทุนโลก

อย่างไรก็ตาม มองว่าในไตรมาส 4 ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐ และการเป็นเจ้าภาพจัดงานอีเวนต์ระดับโลกในช่วงปลายปีทำให้หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวมีความน่าสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ซึ่งปัจจุบันมีอัตราส่วนมูลค่ากิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EV/EBITDA) เพียง 8 เท่า เมื่อเทียบกับหุ้นท่องเที่ยวระดับโลกที่เทรดกันในระดับสูงถึง 25 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าที่ยังคงน่าสนใจและมีอัปไซด์สำหรับการเติบโตรับช่วงไฮซีซั่น

สำหรับหุ้นแนะนำ ได้แก่ บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL กำลังเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นของผลิตภัณฑ์ PET ประกอบกับการมีฐานการผลิตในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ทำให้ได้เปรียบด้านต้นทุนการขนส่งเมื่อเทียบกับคู่แข่ง นำไปสู่การฟื้นตัวของกำไร, บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รับอานิสงส์จากการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและ Data Center, บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ได้ประโยชน์จากต้นทุนราคาพลังงานที่ลดลง และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่ม AI และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ซึ่งคาดว่าจะสามารถรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า

Back to top button