
EMPIRE เทกโอเวอร์ MEDIKA มูลค่า 43.70 ล้านบาท เสริมพอร์ตอสังหาฯ ให้เช่า
EMPIRE ควักงบ 43.7 ล้านบาท เข้าซื้อหุ้น MEDIKA 100% ผ่านบริษัทย่อย รับสินทรัพย์ให้เช่าพร้อมผู้เช่า สร้างรายได้ค่าเช่าราว 9 แสนบาทต่อเดือน เดินหน้าเพิ่มสัดส่วน Recurring Income และเสริมกระแสเงินสดระยะยาว
บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIRE แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 15/2569 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัท เอมไพร์ อินฟินิตี้ จำกัด (EMPIRE INFINITY) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เข้าซื้อหุ้นสามัญทั้งหมด 100% ของบริษัท เมดิกา แอสเซทส์ จำกัด (MEDIKA) จากนายอำนาจ บูจีระ ผู้ถือหุ้นเดิมเพียงรายเดียว ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ซึ่งมีมูลค่าการเข้าทำรายการรวมทั้งสิ้น 43.70 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากเงินกู้ยืม และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ภายหลังการทำรายการแล้ว MEDIKA จะมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ EMPIRE
ทั้งนี้ MEDIKA ดำเนินธุรกิจให้เช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง โดยทรัพย์สินดังกล่าวสร้างรายได้จากค่าเช่าประมาณ 900,000 บาทต่อเดือน และมีสัญญาเช่าระยะเวลา 6 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 พฤษภาคม 2575
บริษัทระบุว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ระยะยาวในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) จากสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High-Yield Real Estate Assets) เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากธุรกิจที่มีลักษณะเป็นรายได้ครั้งคราว (One-Time Income) ซึ่งมีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจและโอกาสทางธุรกิจ
ภายหลังการเข้าทำรายการ บริษัทจะสามารถรับรู้รายได้จากค่าเช่าของทรัพย์สินที่มีผู้เช่าอยู่แล้ว ส่งผลให้มีกระแสเงินสดประจำที่ต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ช่วยเสริมสภาพคล่อง รองรับการลงทุน และสนับสนุนการขยายธุรกิจในอนาคต
สำหรับขนาดรายการ เมื่อคำนวณตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนจากงบการเงินรวม ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 พบว่ามีขนาดรายการสูงสุด 11.97% และเมื่อรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ประเภทเดียวกันในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ได้แก่ การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัท ฟิวชั่น ซี จำกัด ซึ่งมีขนาดรายการ 1.73% จะทำให้ขนาดรายการรวมอยู่ที่ 13.70%
ทั้งนี้ ขนาดรายการรวมยังต่ำกว่าเกณฑ์ 15% ตามหลักเกณฑ์การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงไม่เข้าข่ายต้องเปิดเผยสารสนเทศเพิ่มเติมหรือขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น อีกทั้งรายการดังกล่าวไม่ถือเป็นรายการที่เกี่ยวโยงกันตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
