SNDK80-SNDK23-SNDK03 ดีด! หลัง Bernstein อัปเป้า SanDisk แตะ 3 พันเหรียญ

SNDK80-SNDK23-SNDK03 อ้างอิงหุ้น SanDisk ฟื้นตัวตามหุ้นแม่ในตลาดสหรัฐฯ หลัง Bernstein ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 3,000 ดอลลาร์ คงคำแนะนำ Outperform ชี้สัญญาระยะยาวรูปแบบใหม่ช่วยลดความเสี่ยง หนุนการเติบโตระยะยาว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt: DR) ที่อ้างอิงหุ้นบริษัท Sandisk Corporation (SNDK) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ได้รับความสนใจจากนักลงทุน หลังราคาปรับตัวสอดคล้องกับทิศทางหุ้นอ้างอิงในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มฟื้นตัวจากแรงซื้อในช่วงการซื้อขายหลังปิดตลาด

โดยเมื่อเปิดการซื้อขายภาคเช้าวันที่ 30 มิถุนายน 2569 SNDK80 ซึ่งออกโดย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 6.75 บาท สะท้อนการอ่อนตัวของหุ้น SNDK ในการซื้อขายปกติของตลาดสหรัฐฯ ก่อนมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นแตะ 7.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.70% จากระดับต่ำสุดระหว่างวัน สอดคล้องกับการรีบาวด์ของหุ้น SNDK ในการซื้อขายหลังปิดตลาดที่ปรับตัวขึ้นราว 0.47%

ด้าน SNDK23 ซึ่งออกโดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดการซื้อขายที่ 8.50 บาท ก่อนทยอยปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 8.70 บาท เพิ่มขึ้น 2.35%

ขณะที่ SNDK03 ซึ่งออกโดยบริษัท หลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดการซื้อขายที่ 17.00 บาท และปรับตัวขึ้นแตะ 17.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.94%

โดย Bernstein ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น SanDisk จาก 1,700 ดอลลาร์ เป็น 3,000 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ Outperform หลังมองว่าบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งจากการทำสัญญาระยะยาวรูปแบบใหม่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านผลประกอบการในช่วงวัฏจักรขาลงของอุตสาหกรรมหน่วยความจำได้อย่างมีนัยสำคัญ

รายงานระบุว่า ราคาหุ้น SanDisk ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,050 ดอลลาร์ หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 4,300% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในฐานะหนึ่งในผู้นำตลาดหน่วยความจำ

Bernstein ระบุว่า ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ของ SanDisk ซึ่งมีเงื่อนไขการรับประกันทางการเงินล่วงหน้า (Financial Guarantees) แตกต่างจากสัญญาแบบ Take-or-Pay เดิม โดยสัดส่วนการค้ำประกันจะทยอยเพิ่มขึ้นตามการรับรู้รายได้ ส่งผลให้บริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านราคาขายและรายได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ Bernstein ประเมินมูลค่าพื้นฐานของสัญญาดังกล่าวไว้ที่ 0.29 ดอลลาร์ต่อกิกะไบต์ ซึ่งสอดคล้องกับราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่คาดการณ์ไว้สำหรับไตรมาส 2 ปี 2026 โดยสัญญาส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 3-5 ปี

นอกจากนี้ Bernstein ประเมินว่า แม้ในกรณีเลวร้ายที่ตลาดหน่วยความจำเผชิญภาวะชะลอตัวรุนแรง ผลประกอบการของ SanDisk จนถึงปีงบประมาณ 2030 จะยังได้รับการปกป้องจากสัญญาระยะยาวดังกล่าว เนื่องจากยอดขายราว 60% อยู่ภายใต้การรับประกัน ส่งผลให้แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับลดลงถึง 72% บริษัทก็ยังมีโอกาสสร้างกำไรต่อหุ้น (EPS) ในปีงบประมาณ 2030 ได้ราว 214 ดอลลาร์

สำหรับการประเมินมูลค่า Bernstein ระบุว่า หุ้น SanDisk ซื้อขายที่ระดับ P/E ประมาณ 68 เท่า และมีค่า PEG เพียง 0.18 เท่า สะท้อนว่าหุ้นยังมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

พร้อมกันนี้ Bernstein ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) ปีงบประมาณ 2027 และ 2028 ขึ้นเป็น 243 ดอลลาร์ และ 272 ดอลลาร์ ตามลำดับในกรณีฐาน (Base Case) ขณะที่ในกรณีดีที่สุด (Bull Case) คาดว่า EPS อาจเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 350-400 ดอลลาร์

ขณะที่สถาบันวิจัยอื่นเริ่มมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น SanDisk เช่นกัน โดย Barclays ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Overweight พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 2,300 ดอลลาร์ ขณะที่นักวิเคราะห์บางรายประเมินราคาเป้าหมายสูงสุดไว้ที่ 3,250 ดอลลาร์ สะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนของบริษัทในระยะยาว

Back to top button