
โบรกชู 4 หุ้นอสังหาฯยักษ์ใหญ่! รับรัฐลดค่าโอน-จำนองถึง มิ.ย.70
“บล.ดาโอ-กรุงศรี-ฟินันเซียฯ” ประเมิน ครม.ต่ออายุมาตรการลดค่าโอน-จดจำนองอสังหาฯ เหลือ 0.01% ถึง 30 มิ.ย.70 แม้มองบวกจำกัดต่อกลุ่ม Property แต่ช่วยหนุนยอดโอนบ้านต่ำกว่า 7 ล้านบาท ชู AP-SC-SIRI-SPALI รับประโยชน์ ขณะที่กลุ่มแบงก์ได้อานิสงส์เชิงบวก นำโดย KBANK-KTB-BBL
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์กลับมาอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกครั้ง หลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัย และสนับสนุนการโอนกรรมสิทธิ์ในช่วง 1 ปีข้างหน้า
โดย ครม.มีมติลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% จากปกติ 2% และลดค่าจดทะเบียนจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% จากปกติ 1% สำหรับการซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท ครอบคลุมบ้านและคอนโดมิเนียมทั้งมือหนึ่งและมือสอง โดยผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย มีผลตั้งแต่วันที่กฎหมายประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 30 มิ.ย.70
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (1 ก.ค.69) ว่า มีมุมมองเป็นกลางต่อมาตรการดังกล่าว เนื่องจากเป็นมาตรการที่ตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว จึงมองว่าจะส่งผลบวกต่อราคาหุ้นในระยะสั้นมากกว่าการเป็นปัจจัยบวกใหม่ต่อปัจจัยพื้นฐาน
ทั้งนี้ แม้ภาครัฐจะต่ออายุมาตรการลดค่าโอนและจดจำนองมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ช่วยกระตุ้นภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากกำลังซื้อยังชะลอตัว ขณะที่สถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม การต่ออายุมาตรการยังดีกว่าการปล่อยให้มาตรการสิ้นสุดลง โดยผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มที่อยู่อาศัยระดับกลาง เช่น SPALI, SIRI, AP และ ORI
บล.ดาโอ ยังคงให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ “ต่ำกว่าตลาด” หรือ Underweight จากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ ประกอบกับผู้ประกอบการมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้น ส่งผลให้แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2569 อาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด โดยเลือก SIRI เป็นหุ้นเด่น ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 1.64 บาท จากผลการดำเนินงานที่ยังแข็งแกร่ง ยอดขายและยอดโอนทำได้ดีต่อเนื่อง รวมถึง Valuation ยังน่าสนใจ มี PER ต่ำ และ Dividend Yield ดีสุดในกลุ่ม
นอกจากนี้ บล.ดาโอ ยังมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้มากขึ้น โดยธนาคารที่มีสัดส่วนสินเชื่อบ้านสูง ได้แก่ SCB ที่ 32%, TTB ที่ 28%, KTB ที่ 19% และ KBANK ที่ 17% พร้อมคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มธนาคารที่ “มากกว่าตลาด” โดยเลือก KBANK ราคาเป้าหมาย 225 บาท, KTB ราคาเป้าหมาย 38 บาท และ BBL ราคาเป้าหมาย 195 บาท เป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS มีมุมมองค่อนข้างบวกต่อมติดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการโอนอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 1 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านยอดโอนจาก Backlog ของผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม KSS ยังไม่ได้คาดหวังอุปสงค์ส่วนเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภาพรวมกำลังซื้อยังมีแรงกดดัน โดยประเมินหุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่มี Backlog รอโอนสูง และคาดว่าจะได้รับประโยชน์มากไปน้อย ได้แก่ AP, ORI, SIRI, SC และ SPALI โดยยังคงเลือก AP และ SC เป็นหุ้นเด่น ส่วน SIRI และ SPALI เหมาะสำหรับการเก็งกำไร
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS มองมาตรการดังกล่าวเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากช่วยกระตุ้นการโอนของดีมานด์เดิมมากกว่าสร้างดีมานด์ใหม่ โดยผู้ได้ประโยชน์หลักคือผู้พัฒนาโครงการระดับกลางที่มีพอร์ตบ้านราคา 3-7 ล้านบาทสูง เช่น SPALI, ORI, SIRI และ AP
ทั้งนี้ FSS ยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ “Neutral” เนื่องจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และสินเชื่อยังเป็นข้อจำกัด โดยเลือก AP และ SC เป็น Top Picks ของกลุ่ม