
IFA ชี้ SST ปรับเงื่อนไขเงินกู้ MUD 300 ล้านบาท เหมาะสม ลดเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้
IFA ระบุการที่ SST ปรับเงื่อนไขเงินกู้ MUD วงเงิน 300 ล้านบาท มีความสมเหตุสมผล ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ไขว้ พร้อมเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยและหลักประกันอยู่ในระดับเหมาะสม
บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อพิจารณาอนุมัติรายการที่เกี่ยวโยงกันกับ บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) หรือ MUD จำนวน 2 วาระสำคัญ ได้แก่ การให้สัตยาบันการปรับเงื่อนไขเงินกู้ และการให้ความช่วยเหลือทางการเงินผ่านการนำที่ดินของบริษัทไปจำนองเป็นหลักประกันเงินกู้ของ MUD
สำหรับวาระที่ 2 บริษัทจะเสนอให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติการให้สัตยาบันการปรับเงื่อนไขสัญญากู้ยืมเงินวงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท ที่ให้แก่ MUD โดยขยายระยะเวลาเบิกเงินกู้จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 เป็นวันที่ 31 พฤษภาคม 2570 และขยายระยะเวลาชำระคืนเงินกู้จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เป็นวันที่ 31 พฤษภาคม 2571
นอกจากนี้ MUD จะนำหุ้นสามัญของบริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย หรือหุ้นในบริษัทย่อย หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น มาเป็นหลักประกันเงินกู้ในมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ของยอดเงินกู้ที่เบิกใช้ พร้อมเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของเงินกู้คงค้างจำนวน 150 ล้านบาท อีก 0.15% ต่อปี จนกว่าที่ประชุมผู้ถือหุ้นของทั้งสองบริษัทจะอนุมัติการปรับเงื่อนไขดังกล่าว
ส่วนวาระที่ 3 บริษัทจะเสนอขออนุมัติให้ใช้ที่ดินเปล่าของ SST ภายในโครงการ Turtle Bay ถนนซอยอ่าวยนต์-เขาขาด ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เนื้อที่รวม 17 ไร่ 2.60 ตารางวา ซึ่งมีมูลค่าประเมิน 465.09 ล้านบาท ตามการประเมินเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 เป็นหลักประกันการกู้ยืมของ MUD จากสถาบันการเงินหรือบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
ทั้งนี้ วงเงินกู้ดังกล่าวมีมูลค่าไม่เกิน 300 ล้านบาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 2 ปี โดย SST จะเรียกเก็บค่าตอบแทนสำหรับการให้ใช้หลักประกันในอัตราสูงสุด 2% ต่อปี ของวงเงินกู้ยืม
รายงานความเห็นของที่ ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA) ระบุว่า การที่บริษัท ทรัพย์ศรีไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SST ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ บริษัท มัด แอนด์ ฮาวด์ จำกัด (มหาชน) หรือ MUD มีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับประโยชน์ของกลุ่มบริษัท เนื่องจาก MUD ยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและการปรับกลยุทธ์
IFA เห็นว่า ธุรกรรมดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ไขว้ (Cross-default) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของกลุ่ม SST โดยรวม อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนบริษัทย่อยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง
ด้านเงื่อนไขทางการเงิน IFA ประเมินว่า อัตราดอกเบี้ยที่ SST จะได้รับในอัตรา WACD + 0.25% หรือประมาณ 7.26% ต่อปี (ณ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569) อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยสูงกว่าผลตอบแทนจากเงินฝากประจำ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และสูงกว่าอัตราดอกเบี้ย MLR ของสถาบันการเงิน นอกจากนี้ การกำหนดให้ MUD วางหลักประกันมูลค่าไม่น้อยกว่า 1.5 เท่า ของวงเงินกู้ เช่น หุ้นของบริษัท เอบีพี คาเฟ (ประเทศไทย) จำกัด (ABP) ยังช่วยลดความเสี่ยงกรณีเกิดการผิดนัดชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม IFA มีข้อสังเกตว่า การกำหนดชำระดอกเบี้ยเป็นรายไตรมาส อาจทำให้ SST ได้รับกระแสเงินสดช้ากว่าการรับชำระรายเดือน ขณะที่การนำที่ดินของบริษัทไปจำนองเป็นหลักประกันเงินกู้ของ MUD มีความเสี่ยงที่ทรัพย์สินอาจถูกบังคับหลักประกัน หาก MUD ไม่สามารถชำระหนี้แก่ผู้ให้กู้ภายนอกได้ แม้บริษัทจะได้รับค่าตอบแทนสำหรับการให้ใช้หลักประกันในอัตราสูงสุด 2% ต่อปี เพื่อชดเชยความเสี่ยงดังกล่าวก็ตาม
