“บล.กรุงศรี” บูลลิชกลุ่มโรงไฟฟ้า ชู GULF-GPSC ท็อปพิก รับแผน PDP ใหม่

บล.กรุงศรี มองบวกกลุ่มโรงไฟฟ้า ชู GULF-GPSC เป็นท็อปพิก รับแผน PDP ใหม่ ขณะที่ GPSC, BGRIM, WHAUP ได้ประโยชน์ระยะยาวจากต้นทุนก๊าซลดลงช่วยหนุนกำไร และเกณฑ์ใหม่โซลาร์ชุมชนเป็นบวกต่อ GUNKUL, WHAUP, BCPG


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ภายหลังผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติสำคัญ ได้แก่ การถอดค่าไฟสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าของประชาชนในกรอบ 10-15 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มมีผลเร็วที่สุดในรอบค่าไฟเดือนสิงหาคม 2569 การเตรียมแยกประเภทอัตราค่าไฟสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยจัดเก็บค่าไฟในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประเมินอัตราที่เหมาะสม พร้อมกำหนดให้ Data Center ขนาดใหญ่ต้องวางหลักประกัน (Bond) สำหรับการใช้ระบบสายส่งไฟฟ้า

รวมถึงการเดินหน้าโครงการโซลาร์ชุมชนกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ ภายหลังปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกจากระบบ “มาก่อนได้ก่อน” เป็นการประเมินตามคะแนนเชิงคุณภาพ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็กมากขึ้น

ฝ่ายวิจัยประเมินว่า หากภาครัฐปรับลดค่าไฟฐานด้วยการถอดค่าไฟสาธารณะออก 10-15 สตางค์ต่อหน่วย จะเป็นปัจจัยลบต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าประเภท SPP ในระยะสั้น โดยคาดว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยปี 2569-2570 จะลดลงมาอยู่ที่ 3.86 บาทต่อหน่วย และ 3.68 บาทต่อหน่วย ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวคาดว่าผลกระทบดังกล่าวจะได้รับการชดเชยจากแนวโน้มต้นทุนก๊าซ Pool Gas ที่ปรับลดลงต่อเนื่อง จากภาวะอุปทานก๊าซ LNG ล้นตลาดในช่วงปี 2569-2573 ส่งผลให้แม้ค่าไฟจะลดลง 15 สตางค์ต่อหน่วย แต่ยังคาดว่ากำไรปกติปี 2570 ของ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC, บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP จะเติบโต 23%, 6% และ 21% ตามลำดับ

สำหรับการแยกอัตราค่าไฟสำหรับ Data Center ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นปัจจัยที่มีผลเป็นกลางถึงเชิงลบในด้านจิตวิทยาการลงทุน แม้อัตราค่าไฟมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น แต่ประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของไทย เนื่องจากทิศทางค่าไฟทั่วโลกมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ไฟฟ้า ขณะที่ประเทศไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนด้านที่ดิน กำลังการผลิตไฟฟ้า แหล่งน้ำ และระบบโทรคมนาคม อีกทั้งรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จึงคาดว่าจะกำหนดอัตราค่าไฟในระดับที่ไม่กระทบต่อการลงทุน

ส่วนโครงการโซลาร์ชุมชนภายใต้หลักเกณฑ์ใหม่ คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าที่มีพอร์ตโฟลิโอโครงการขนาดเล็ก โดยเฉพาะ GUNKUL, WHAUP และบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG จากโอกาสในการเข้าร่วมโครงการที่เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ บล.กรุงศรียังคงมุมมองเชิงบวก (Bullish) ต่อกลุ่มโรงไฟฟ้า โดยเลือก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และ GPSC เป็นหุ้นเด่น (Top Picks) พร้อมมองว่าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2026) จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุน ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศร่างในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2569 ก่อนเริ่มบังคับใช้ในไตรมาส 4 ปี 2569

Back to top button