KSS มอง SET แกว่งตัวรอผลประชุม “กนง.-เฟด” ชูหุ้นเด่น AOT-PTTGC-GULF

บล.กรุงศรี ประเมินตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ 1,565-1,590 จุด นักลงทุนจับตาผลประชุม กนง. และเฟด รวมถึงงบหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ขณะที่ปัจจัยในประเทศได้แรงหนุนจากความชัดเจนของบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมชู AOT, PTTGC และ GULF เป็นหุ้นเด่นน่าลงทุน


นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ระบุว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทย (SET Index) แกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,570-1,565 จุด และแนวต้าน 1,586-1,590 จุด โดยตลาดกำลังรอติดตามผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของไทยที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน แต่ประเมินว่าจะมีการส่งสัญญาณระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงรอดูการประกาศผลกำไรของกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ทางด้านตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.02% มาอยู่ที่ระดับ 4.70% ในขณะที่อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลง 0.01% มาอยู่ที่ระดับ 4.99%

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ความชัดเจนจากที่ประชุมบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์มีมติให้โครงการเดิมเดินหน้าลงทุนต่อได้ ส่วนโครงการใหม่จะต้องแข่งขันกันด้านผลประโยชน์ภายใต้เกณฑ์ขั้นต่ำ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน

ขณะเดียวกัน กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งข้อกล่าวหาเครือข่ายฟอกเงิน และอายัดหุ้น บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC นั้น ประเมินว่าผลกระทบทางลบต่อตลาดมีจำกัด เนื่องจากนักลงทุนรับรู้ไปแล้ว และไม่มีผลต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียน

ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงเฉลี่ย 1.75% หลังจากผู้นำสูงสุดของอิหร่านขอให้รัฐบาลเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อยุติสงคราม ส่งผลบวกอ่อนๆ ต่อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากต้นทุนพลังงานที่ลดลง ในส่วนของการรายงานผลประกอบการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA มีกำไรไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 27.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แม้จะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้เนื่องจากอัตรากำไรหดตัว แต่ยอดขายยังคงเติบโตโดดเด่นถึง 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการด้าน AI

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นเด่น (Top Picks) ได้แก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT (ราคาเป้าหมาย 70.0 บาท) คาดกำไรไตรมาส 4/2569 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (PSC) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC (ราคาเป้าหมาย 59.0 บาท) แนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 พลิกกลับมามีกำไรดีกว่าที่เคยประเมินไว้ และ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF (ราคาเป้าหมาย 77.0 บาท) คาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับอานิสงส์เชิงบวกจากราคาน้ำมันที่ลดลงและธุรกิจไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

Back to top button