ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ฮอร์มุซ” ยังเสี่ยงสูง หลังเรือถูกโจมตี 9 ลำ กระทบขนส่งน้ำมัน

เตือนเส้นทางเดินเรือกลางช่องแคบฮอร์มุซยังมีความเสี่ยงสูง หลังเรือถูกโจมตีอย่างน้อย 9 ลำ นับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค. กระทบความเชื่อมั่นลูกเรือและธุรกิจขนส่งน้ำมัน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ด้านความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซกลับเข้าสู่ภาวะวิกฤตสำหรับเรือบรรทุกน้ำมันอีกครั้ง หลังเกิดเหตุโจมตีเรือหลายลำอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณการเดินเรือผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์ดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นายดิมิทริส มาเนียติส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Marisks บริษัทให้บริการประเมินความเสี่ยงทางทะเลซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเอเธนส์ เปิดเผยระหว่างการบรรยายสรุปของ Lloyd’s List Intelligence ว่า ลูกเรือมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยมากขึ้น และปัจจุบันแทบไม่มีผู้ใดต้องการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ข้อมูลจากองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ ระบุว่า มีเรืออย่างน้อย 9 ลำถูกโจมตีนับตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.69 โดยอิหร่านพยายามกดดันให้เรือเปลี่ยนมาเดินทางผ่านน่านน้ำอาณาเขตของอิหร่าน แทนเส้นทางบริเวณชายฝั่งโอมานซึ่งได้รับการคุ้มกันจากกองทัพสหรัฐฯ

IMO เปิดเผยว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบ Al Bahyah ถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมานเมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.69) ส่งผลให้มีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบ Mombasa B ซึ่งเดินเรืออยู่ใกล้ชายฝั่งโอมานถูกโจมตีในวันเดียวกัน ส่งผลให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ 11 ราย

นายยาคอบ ลาร์เซน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยของ BIMCO ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาคมอุตสาหกรรมเดินเรือรายใหญ่ที่สุดของโลก ระบุว่า การโจมตีเรือดังกล่าวมีการใช้ขีปนาวุธต่อต้านเรือ

ด้านนายมาเนียติสกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของลูกเรือ โดยปัจจุบันลูกเรือจำนวนมากไม่ต้องการเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้บริษัทเดินเรือจะเสนอค่าตอบแทนหรือสิ่งจูงใจเพิ่มเติม เนื่องจากความปลอดภัยกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการตัดสินใจ

ขณะเดียวกัน กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ได้ทำให้เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าลำหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้เมื่อวันพุธ (15 ก.ค.69) หลังสหรัฐฯ กลับมาใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอีกครั้งในสัปดาห์นี้

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า เรือ M/T Belma ซึ่งชักธงคูราเซา เพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง ขณะเดินเรือในน่านน้ำสากลมุ่งหน้าไปยังเกาะคาร์กของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญต่อการส่งออกน้ำมันของประเทศ

นายลาร์เซนกล่าวเพิ่มเติมว่า เส้นทางเดินเรือแบบดั้งเดิมบริเวณตอนกลางของช่องแคบฮอร์มุซ หรือระบบแบ่งแยกเส้นทางเดินเรือ (Traffic Separation Scheme) ยังคงมีความเสี่ยงสูงเกินกว่าที่เรือพาณิชย์จะใช้งาน เนื่องจากยังมีภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด

ทั้งนี้ ทุ่นระเบิดทางทะเลอาจสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อตัวเรือ จึงทำให้การเดินเรือเข้าไปในพื้นที่ซึ่งอาจมีการวางทุ่นระเบิดถือเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อทั้งลูกเรือ เรือสินค้า และเสถียรภาพของระบบขนส่งพลังงานโลก

Back to top button