
CGSI ชี้ SET รีบาวด์กรอบ 1,600–1,630 จุด ชู DELTA–GULF เด่น
CGSI ประเมิน SET รีบาวด์ในกรอบ 1,600–1,630 จุด มองการหลุด 1,600 จุด เป็น False Break รับแรงหนุนหุ้นเทคโนโลยีและชิปฟื้นตัว พร้อมชู DELTA–GULF เด่น
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ประเมินว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาเป็นผู้นำตลาดอีกครั้ง หลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Microsoft ช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ขณะที่หุ้นกลุ่มชิปเกาหลีใต้ฟื้นตัวแรง หลังระดับมูลค่าหุ้นปรับลงมาอยู่ในจุดที่น่าสนใจ
ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะช่วยหนุนดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index รีบาวด์ในกรอบ 1,600–1,630 จุด โดย CGSI มองว่าการที่ดัชนีหลุดระดับ 1,600 จุดในวันก่อนหน้าเป็นเพียงสัญญาณหลอก หรือ False Break และมีโอกาสกลับมายืนเหนือระดับดังกล่าวได้
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,208.06 จุด เพิ่มขึ้น 613.92 จุด หรือ 1.19% ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 1.66% และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 2.78% รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มชิปและผลประกอบการ Microsoft ที่ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการลงทุนด้าน AI
ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนี STOXX 600 เพิ่มขึ้น 0.77% รับผลประกอบการแข็งแกร่งในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคารและอุตสาหกรรม แม้ตลาดยังติดตามความตึงเครียดในตะวันออกกลางและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐ
ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.03% ปิดที่ 83.59 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 1.88% ปิดที่ 89.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในทะเลแดง
ขณะที่ราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 1.55% ปิดที่ 4,160.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าและข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐที่ชะลอตัวลง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน CGSI เลือก DELTA และ GULF เป็นหุ้นเด่นเชิงกลยุทธ์ โดยคาดว่า DELTA จะมีรายได้ไตรมาส 3/69 เติบโตประมาณ 15% จากไตรมาสก่อน และแนวโน้มมาร์จิ้นทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม ยังคงคำแนะนำพื้นฐาน “ขาย” พร้อมกำหนดจุดทำกำไรที่ 273 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 261 บาท
ส่วน GULF คาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 2/69 จะเพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 19% จากไตรมาสก่อน แตะระดับ 10,700 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 6 พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้นหลักปี 69–71 โดยให้จุดทำกำไรที่ 66.50 บาท และจุดตัดขาดทุนที่ 65.25 บาท