THAI พ้นไซเลนต์! ผวาแรงขาย 2 หมื่นล้านหุ้น จับตา 25 สหกรณ์ทำบิ๊กล็อต 4,500 ล้านหุ้น

หุ้น THAI ปลดล็อก Silent Period รอบสอง เปิดทางหุ้น 1.98 หมื่นล้านหุ้น หรือกว่า 70% ของหุ้นทั้งหมด เริ่มทยอยขายได้ตั้งแต่พรุ่งนี้ (4 ส.ค.) ล่าสุด 25 สหกรณ์พันธมิตรเดินหน้าขายหุ้น 4,500 ล้านหุ้น เน้นทำ Big Lot ให้กองทุนในประเทศ-ต่างประเทศ หวั่นกระทบราคาบนกระดาน ด้าน “ชาย เอี่ยมศิริ” ยอมรับกังวลแรงเทขาย แต่มั่นใจพื้นฐานบริษัท พร้อมชูผลประกอบการ Q2 แกร่งกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม โบรกฯ เสียงแตก! “กรุงศรี” คาดแรงขายรอบนี้หนักกว่ารอบแรก ขณะที่ “ทิสโก้” มองไม่เกิดแรงเทขายรุนแรง หลังสหกรณ์ทยอยขายบางส่วนแล้ว ขณะที่ “คลัง” ถือหุ้น 40% ยืนยันไม่ขายอย่างแน่นอน


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (3 สิงหาคม 2569) ชัดเจน โดยช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2569 THAI มีผู้โดยสารลดลงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 8% ประกอบกับหุ้นที่ปลดล็อกนั้นเป็นหุ้นจากการแปลงหนี้เป็นทุนซึ่งมีราคา 2.5452 บาท หากขายออกมาก็มีกำไรแน่นอน

ด้านผู้ถือหุ้นกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ ยังไม่มีการส่งสัญญาณหรือแสดงความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนแบบการพ้น Lock-up รอบแรก ที่ออกแถลงการณ์ว่ายังไม่พิจารณาขายหุ้น THAI  แน่นอน อย่างไรก็ตาม หากมีการเทขายหุ้น THAI ออกมาในวันที่ 4 สิงหาคมนี้จริง ก็จะทำให้ราคาหุ้นปรับลดลง ซึ่งในอีกมุมหนึ่งก็อาจมีนักลงทุนที่เห็นว่าราคาหุ้นย่อลงมาในราคาที่เหมาะสม จนเกิดการช้อนซื้อได้เช่นกัน ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่คือกระทรวงการคลังจะไม่ขายหุ้นแน่นอน

โดยยังคงคำแนะนำ “ถือ” (Neutral) หุ้น THAI โดยคงราคาเป้าหมายที่ 5.70 บาท เพราะต้องการรอดูสถานการณ์หลังพ้น Lock-up รอบ 2 ในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ก่อน ประกอบกับบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีฯ ได้ประเมินราคาหุ้น THAI บนสมมติฐานราคาน้ำมัน Jet-A1 เฉลี่ยทั้งปี 2569 ที่ 160 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งหลังจากเกิดสถานการณ์สู้รบรอบที่ 2 พบว่าราคา Jet-A1 ลดลงมาอยู่ที่ 150-160 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (ขณะที่การสู้รบครั้งแรก ราคาพุ่งสูงกว่า 200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล)

ทั้งนี้แสดงว่าแต่ละประเทศเริ่มบริหารสถานการณ์น้ำมันได้ดีขึ้น ไม่ตกใจเช่นการสู้รบครั้งแรก ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคา Jet-A1 เฉลี่ยทั้งปี 2569 อาจอยู่ที่ 140 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้หุ้น THAI มีอัพไซด์เพิ่มขึ้นจากสมมติฐานเดิมของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีฯ ด้วย

ส่วนคาดการณ์ผลประกอบการช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 นั้น เชื่อว่าจะลดลงจากครึ่งปีแรกแน่นอน เพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามที่เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา และหากราคา Jet-A1 เฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ที่ 160 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลตามสมมติฐานของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีฯ ประเมินว่าผลประกอบการภาพรวมปี 2569 ของ THAI จะขาดทุนสุทธิ 3,000 ล้านบาท แต่หากราคาน้ำมัน Jet-A1 เฉลี่ยทั้งปี 2569 อยู่ต่ำกว่า 160 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ผลประกอบการ THAI จะดีกว่าที่ประเมิน

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า เชื่อว่าวันที่ 4 สิงหาคมนี้ จะไม่เกิดแรงเทขายหุ้น THAI ออกมามากเท่ากับการพ้น Lock-up รอบแรก เนื่องจากกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในเรื่องนี้ ได้ทำการขายหุ้น THAI ออกมาบางส่วนไปแล้วในช่วงก่อนหน้า และเชื่อว่าหากกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์จะขายช่วง Lock-up รอบ 2 อีก ก็น่าจะมีการส่งสัญญาณในเรื่องดังกล่าวออกมาบ้างแล้ว แต่นี่ยังไม่มี

ทั้งนี้ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น THAI โดยให้ราคาเป้าหมาย 7.80 บาท เพราะปัจจุบันหุ้น THAI หลังการฟื้นฟูกิจการ มีความแข็งแกร่งมากกว่าในอดีต และเป็นหุ้นระยะยาวที่น่าลงทุน เนื่องจาก 1) มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 2) ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ซึ่ง THAI มีเที่ยวบินตรงหลายเส้นทางที่อำนวยความสะดวก 3) THAI ได้ปรับโครงสร้างองค์กรที่ทำให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับลดพนักงาน มีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

4) THAI ปรับวิธีการขาย ปรับปรุงการให้บริการต่าง ๆ ในเครื่องบิน และการปรับกลยุทธ์ รอยัล ออร์คิด พลัส เพื่อเพิ่มสมาชิกใหม่ และกระตุ้นการเดินทางของสมาชิกปัจจุบันมากขึ้นอย่างชัดเจน 5) การจัดหาเครื่องบินที่มีความสมเหตุสมผล ทั้งเทคโนโลยีและการประหยัดเชื้อเพลิง ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ THAI เติบโตแบบยั่งยืน

อย่างไรก็ตามระบุว่า แม้จะเกิดการสู้รบรอบที่ 2 ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกา แต่ก็พบว่าราคาน้ำมันอากาศยาน (Jet-A1) ยังอยู่ที่ระดับ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มิได้พุ่งขึ้นแรงไปถึงระดับ 200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เช่นการสู้รบรอบแรก เป็นไปได้ว่าแต่ละประเทศเริ่มปรับตัวและบริหารจัดการได้ เพราะไม่รู้ว่าสงครามจะยืดเยื้อแค่ไหน

ส่วนช่วงครึ่งปีหลังของ THAI นั้น แม้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง แต่เริ่มเห็นยอดจองล่วงหน้า (Booking) เข้ามามากขึ้น ประกอบกับช่วงไตรมาสสุดท้ายจะเป็นไฮซีซั่นของทุกปี จึงประเมินว่าผลประกอบการภาพรวมจะดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ต่ำกว่าครึ่งปีหลังของปี 2568

Back to top button