KKP เชียร์ซื้อ DELTA อัพเป้าใหม่ 340 บาท รับอานิสงส์ AI ขยายตัว คาดกำไรปี 69 โต 60%

KKP ปรับ DELTA ขึ้นเป็น “ซื้อ” พร้อมอัพเป้า 340 บาท มองยังได้ประโยชน์จากวัฏจักรลงทุน AI หลังการใช้พลังงานต่อ AI Rack เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดกำไรปี 69-70 โตราว 60%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 3 ส.ค.69 ว่า มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA โดยประเมินว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ปัจจัยกดดันด้านการดำเนินงานในระยะสั้นได้ถูกสะท้อนในราคาหุ้นไปมากแล้ว

ทั้งนี้ บล.เกียรตินาคินภัทรประเมินว่า ความต้องการพลังงานสำหรับ AI Rack มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจุบันประมาณ 150-200 กิโลวัตต์ ต่อ Rack ไปสู่ระดับ 600 กิโลวัตต์-1 เมกะวัตต์ หรือมากกว่า ซึ่งจะเพิ่มความต้องการระบบแปลงพลังงาน ระบบบริหารจัดการพลังงาน และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว

ปัจจัยดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ DELTA เพิ่มทั้งมูลค่าผลิตภัณฑ์ต่อ Rack และขยายสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในวัฏจักร AI รอบถัดไป

ขณะเดียวกัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI มีแนวโน้มขยายตัวมากกว่ากลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ หรือ Hyperscalers เพียงอย่างเดียว โดยกลุ่ม Hyperscalers ยังคงเดินหน้าเพิ่มงบลงทุนด้าน AI ตามความต้องการประมวลผลที่เร่งตัว ขณะที่โมเดล AI แบบ Open-weight จากจีนช่วยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ ผู้ให้บริการคลาวด์ และหน่วยงานภาครัฐในวงกว้างสามารถนำโครงสร้างพื้นฐาน AI ไปใช้งานได้มากขึ้น

ด้านปัจจัยกดดันต่อการดำเนินงาน บล.เกียรตินาคินภัทรประเมินว่า ช่วงเลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว แม้ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ลงประมาณ 10% และ 11% ตามลำดับ หลังปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เหลือ 30.5% และ 31.2% แต่ยังเห็นภาพคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่ง และไม่พบสัญญาณการอ่อนตัวของ Backlog

นอกจากนี้ ปัญหาด้านซัพพลายในยุโรปได้รับการแก้ไขแล้ว ขณะที่ความพร้อมของชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับ AI มีแนวโน้มทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า ส่งผลให้ความเสี่ยงด้านลบต่อประมาณการใหม่มีค่อนข้างจำกัด โดยประมาณการดังกล่าวยังไม่ได้รวมโอกาสจากรายได้ที่อาจสูงกว่าคาดไว้ด้วย

สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ บล.เกียรตินาคินภัทรคาดว่า DELTA จะมีกำไรสุทธิปรับปรุงปี 2569 อยู่ที่ประมาณ 37,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60.4% จากปีก่อน ก่อนเพิ่มเป็น 49,013 ล้านบาท ในปี 2570 เติบโตอีก 32.4% และเพิ่มเป็น 60,037 ล้านบาท ในปี 2571 หรือเติบโต 22.5%

ด้านกำไรต่อหุ้น (EPS) คาดอยู่ที่ 2.97 บาทในปี 2569 เพิ่มเป็น 3.93 บาทในปี 2570 และ 4.81 บาทในปี 2571 สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่งจากการเข้าสู่วัฏจักรการลงทุน AI ระยะถัดไป

ทั้งนี้ บล.เกียรตินาคินภัทร ปรับเพิ่มคำแนะนำ DELTA เป็น “ซื้อ” จากเดิม “Underperform” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 340 บาท จากเดิม 285 บาท โดยอิงการประเมินมูลค่าปี 2570 ที่ P/E ระดับ 87 เท่า และมองว่าการปรับฐานของราคาหุ้นก่อนหน้านี้เปิดจังหวะเข้าสะสม ขณะที่ศักยภาพการเติบโตจากวัฏจักร AI ยังไม่ได้สะท้อนในราคาหุ้นอย่างเต็มที่

Back to top button