
“ทองคำ” นิวไฮรอบ 7 สัปดาห์ รับเจรจาสหรัฐ-อิหร่านฉลุย YLG เคาะเป้าใหม่ 5,250 เหรียญ
YLG ชี้ทองคำสิ้นสุดรอบขาลงหลังราคาพุ่งทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ รับอานิสงส์สหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาราบรื่น ช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย วางเป้าหมายสูงสุดที่ 5,250 เหรียญ แนะนักลงทุนเทรดด้วยสกุลเงินดอลลาร์เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์นี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบเกือบ 7 สัปดาห์ และเป็นการปรับขึ้นรายวันสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการตอบรับเชิงบวกต่อความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
สถานการณ์ดังกล่าวยังช่วยลดความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนกันยายน โดยข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนได้ลดน้ำหนักโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 3.75-4.00% ลงเหลือเพียง 54.5% จากก่อนหน้านี้ที่เคยให้น้ำหนักสูงถึง 60-70%
จากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง ตลาดบางส่วนประเมินว่าราคาทองคำได้สิ้นสุดรอบขาลงแล้ว ส่งผลให้ราคาฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบ 4,200-4,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ อย่างไรก็ตาม YLG ประเมินว่าเฟดยังมีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หรืออาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หากเกิดขึ้นจริงจะถือเป็นการสิ้นสุดรอบขาลงของทองคำอย่างสมบูรณ์ แต่หากไม่ประสบผลสำเร็จ ราคาทองคำอาจเผชิญการปรับลดลงอีก 1 ครั้ง โดยมีแนวรับที่ 4,000-3,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นอีกครั้ง
สำหรับแนวโน้มระยะกลาง แม้ราคาทองคำอาจมีการปรับฐาน แต่ YLG ประเมินว่าความเสี่ยงขาลง (Downside) อยู่ในระดับจำกัด และคาดว่ารอบการปรับฐานจะสิ้นสุดลงไม่เกินช่วงไตรมาส 2/2570 ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเข้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council) ระบุว่า ในไตรมาส 2/2569 ธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองคำสุทธิ 289 ตัน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ผลสำรวจประจำปีของธนาคารกลางทั่วโลกยังระบุว่า 45% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีแผนที่จะเพิ่มการถือครองทองคำอย่างต่อเนื่องในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ YLG ได้ประเมินราคาเป้าหมายของทองคำหลังสิ้นสุดการพักฐานและกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นไว้ที่ระดับ 4,890-5,250 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศประเมินเป้าหมายไว้ที่ 76,500-82,200 บาทต่อบาททองคำ (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 33.08 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ)
เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่มีความผันผวนสูง YLG จึงเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (Gold Spot) แบบเรียลไทม์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนทำกำไรได้อย่างเต็มที่และลดความเสี่ยงจากค่าเงินบาท โดยทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% กำหนดขั้นต่ำการลงทุนที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัม ขณะที่ทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% กำหนดขั้นต่ำที่ 10 บาททอง ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ผ่านช่องทาง LINE: @ylgbullion หรือโทรศัพท์ 02-798-9888

