
PTT กางโรดแมป LNG ปักหมุด 15 ล้านตันปี 78 ยกระดับความมั่นคงพลังงานไทย
PTT ครึ่งปีแรกปี 69 กำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 74% เดินหน้าสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ปั้น LNG Portfolio แตะ 15 ล้านตันในปี 78 พร้อมชู AI-CCS เพิ่มประสิทธิภาพและลดคาร์บอนหนุนการเติบโตยั่งยืน
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้น
PTT บริหารจัดการธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมเตรียมสภาพคล่องทางการเงินให้เพียงพอต่อการรองรับต้นทุนและความผันผวนที่เพิ่มขึ้น โดยกระจายแหล่งจัดหาน้ำมันดิบเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง รวมถึงอาศัยเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทั่วโลกเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการจัดหาพลังงาน

ขณะเดียวกัน การลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่นล่วงหน้าช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้สามารถรองรับน้ำมันดิบจากหลากหลายแหล่ง ประกอบกับการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นธุรกิจไฮโดรคาร์บอน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและมีความเชี่ยวชาญ ควบคู่กับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับกระบวนการกำกับดูแลการลงทุน
กลยุทธ์ดังกล่าวสนับสนุนให้ PTT มีผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ดีกว่าคาด โดยมีกำไรสุทธิ 78,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 33,000 ล้านบาท หรือมากกว่า 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับธุรกิจสำรวจและผลิต บริษัทเดินหน้าเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ พร้อมขยายการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อเสริมศักยภาพและกระจายแหล่งรายได้ในระยะยาว
ด้านธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG บริษัทใช้ศักยภาพของธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายการค้าทั่วโลก เพื่อกระจายแหล่งจัดหาพลังงาน เพิ่มความยืดหยุ่น และเสริมความมั่นคงให้แก่ระบบพลังงานของประเทศ
PTT ตั้งเป้าขยาย LNG Portfolio เป็น 3.7 ล้านตันภายในปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และ 15 ล้านตันภายในปี 2578 เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ประกอบการ LNG ระดับโลก หรือ Global LNG Player

บริษัทมองว่าก๊าซธรรมชาติจะยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานในช่วงที่ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด
พร้อมกันนี้ PTT ร่วมกับกระทรวงพลังงาน รวมถึงพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ พร้อมแสดงศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีพลังงานโลก
ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น กลุ่ม PTT ยังคงเดินหน้าแสวงหาพันธมิตรระดับโลกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่บริษัทเรือธง พร้อมปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและมาตรการแทรกแซงจากภาครัฐ
ด้านความยั่งยืน บริษัทเดินหน้าลดการปล่อยคาร์บอน และมีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก โดยขับเคลื่อนโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ที่แหล่งก๊าซธรรมชาติโครงการอาทิตย์ในอ่าวไทย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการในปี 2571
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าโครงการ I-SPARK เพื่อเตรียมความพร้อมด้านพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน รองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย
PTT ยังร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ยกระดับการดูแลผืนป่าให้เป็นแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างคาร์บอนเครดิต ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ของประเทศ

ขณะเดียวกัน กลุ่ม PTT เร่งเสริมความแข็งแกร่งจากภายในและสร้างมูลค่าเพิ่มจากความร่วมมือภายในกลุ่ม ผ่านโครงการ Profit Enhancement Initiatives ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มแล้วกว่า 8,700 ล้านบาท
โครงการดังกล่าวประกอบด้วย MissionX และการขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านโครงการ AXIS ซึ่งนำเครื่องมือดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน
นอกจากนี้ ยังเสริมความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทานและการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านโครงการ P1 และ D1 ควบคู่กับการยกระดับความเป็นเลิศด้านการเงินผ่านโครงการ F1 เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกระแสเงินสด
แนวทางดังกล่าวเป็นรากฐานสำคัญต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น และการรักษาอันดับความน่าเชื่อถือในระดับเทียบเท่าประเทศ
พร้อมกันนี้ กลุ่ม PTT ยังสนับสนุนมาตรการภาครัฐเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านราคาพลังงานต่อประชาชน คิดเป็นมูลค่าที่ประเมินได้ประมาณ 17,500 ล้านบาท โดยเป็นสัดส่วนของ PTT มากกว่า 8,500 ล้านบาท
จากศักยภาพการดำเนินธุรกิจในระดับสากลและบทบาทด้านความมั่นคงทางพลังงาน ส่งผลให้ PTT ครองอันดับ 1 ของประเทศไทยและอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
เนื่องในวาระครบรอบ 48 ปี PTT ยังคงดำเนินธุรกิจตามแนวทาง Energy Trilemma ซึ่งครอบคลุมความมั่นคงทางพลังงาน การเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสมและแข่งขันได้ รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
บริษัทตั้งเป้ายกระดับองค์กรสู่การเป็น National Champion ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เชื่อมโยงธุรกิจไทยเข้าสู่ตลาดโลก พร้อมบูรณาการเทคโนโลยี AI และดิจิทัลเข้ากับการดำเนินงาน ตลอดจนผลักดันนวัตกรรมพลังงานสะอาดและการลดคาร์บอน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Together for Sustainable Thailand, Sustainable World ปตท. แข็งแรงร่วมกับสังคมไทยและเติบโตในระดับโลกอย่างยั่งยืน”


