
จับตา “เงินบาท” ผันผวน ผวาศึกสหรัฐ-อิหร่าน เสี่ยงทะลุ 34 บาท
KTB ประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 33.30-34.25 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลเลือกตั้ง Midterms สหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง หากสงครามปะทุรอบใหม่อาจดันราคาน้ำมันพุ่งอีก 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันเงินบาทอ่อนค่า แนะใช้ Options ป้องกันความเสี่ยง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30-34.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดการเงินมีโอกาสผันผวนสูงขึ้น จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เสี่ยงทวีความรุนแรง
ประกอบกับนักลงทุนเตรียมรับรู้ผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (Midterm Election) รายงานตลาดแรงงานสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทในกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ส่งผลให้เงินบาทมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งในทิศทางแข็งค่าและอ่อนค่า (Two-Way Risk) นักลงทุนจึงควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง
ทั้งนี้ หากพิจารณาสถิติการเลือกตั้ง Midterms ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2000 พบว่าเงินบาทมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้น หากผลการเลือกตั้งทำให้พรรคการเมืองที่ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเปลี่ยนแปลง ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อยู่ในช่วงท้ายของวัฏจักรการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งสอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดและแนวโน้มดอกเบี้ยตามกรณีฐานที่ประเมินไว้ อย่างไรก็ตาม หากพรรครีพับลิกันยังสามารถครองเสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งสวนทางกับผลโพล อาจเป็นปัจจัยหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หากกลับมาปะทุอีกครั้ง อาจส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางได้รับความเสียหายในวงกว้าง ซึ่งอาจผลักดันราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอีก 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทะลุระดับ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ไม่ยาก รวมถึงอาจทำให้ต้องทบทวนสมมติฐานแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่าง ๆ ใหม่
ด้านปัจจัยทางเทคนิค ประเมินว่าเงินบาทมีแนวรับแรกที่ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ 33.30-33.40 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนแนวต้านแรกอยู่ที่ 33.85 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านถัดไปที่ 34.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยหากเงินบาทแข็งค่าทะลุแนวรับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จะเพิ่มโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง ตามสัญญาณจากกลยุทธ์ Trend-Following ในกรอบเวลารายวัน

