
CGSI มองกลุ่ม “โรงพยาบาล” ผ่านจุดต่ำสุด ชู BH-PR9 เด่น ลุ้นกำไรฟื้นไตรมาส 3/69
CGSI มองกลุ่มโรงพยาบาล ผ่านจุดต่ำสุด ลุ้นรายได้และกำไรน่าจะฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง 69 จึงคงน้ำหนักการลงทุนที่ Overweight เลือก BH และ PR9 เป็น Top pick ของกลุ่ม
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ผลประกอบการของกลุ่มโรงพยาบาลที่ฝ่ายวิเคราะห์ศึกษาจำนวน 6 แห่งในไตรมาส 2/2569 มีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดแล้ว โดยมีกำไรปกติรวมลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน ขณะที่หากไม่รวมบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) หรือ RAM ซึ่งเข้าซื้อหุ้น บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ในไตรมาส 3/2568 กำไรปกติรวมจะลดลง 4% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อนหน้า
ทั้งนี้ บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS และ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ได้รับผลกระทบจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ชะลอตัว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังอ่อนแอ ขณะที่รายได้รวมของกลุ่มโรงพยาบาลในไตรมาส 2/2569 หากไม่รวม RAM เพิ่มขึ้นเพียง 1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
BCH เป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวในกลุ่มที่มีรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2/2569 ที่ 1% เนื่องจากไม่มีผู้ป่วยจากกัมพูชา รวมถึงผู้ป่วยจากคูเวตที่ได้รับเงินอุดหนุนค่ารักษาพยาบาลจากภาครัฐเข้ามาใช้บริการ โดย CGSI มองว่าปัจจัยกดดันดังกล่าวยังมีแนวโน้มต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 แม้ฐานเปรียบเทียบเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนจะเริ่มผ่อนคลายลง
นอกจากนี้ อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลภาครัฐ ส่งผลให้อำนาจในการกำหนดราคาของโรงพยาบาลเอกชนลดลง และกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของโรงพยาบาลทั้ง 6 แห่งให้ลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนในไตรมาส 2/2569 โดยคาดว่าอัตรากำไรยังอยู่ภายใต้แรงกดดันในช่วงครึ่งหลังของปี โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติไม่สูงมากนัก
CGSI ประเมินว่า ไตรมาส 2/2569 น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการกลุ่มโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวในช่วงหลังจากนี้มีแนวโน้มแตกต่างกันในแต่ละบริษัท โดยมองว่า บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีกว่าคู่แข่ง จากสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยจากตะวันออกกลางและเมียนมา รวมถึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากอุปสงค์สะสมที่อาจกลับมา หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย
สำหรับ BDMS คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของผู้ป่วยต่างชาติเช่นกัน แต่โรงพยาบาลระดับกลางในเครือ BDMS รวมถึง CHG และ RAM ยังมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนตัวและการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม BCH, CHG และ RAM มีโอกาสได้รับประโยชน์จากฐานกำไรที่ต่ำในไตรมาส 3/2568 ซึ่งอาจช่วยให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 ทรงตัวหรือไม่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
ด้านมุมมองการลงทุน CGSI ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อหุ้นโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูง และเลือก BH กับ PR9 เป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่ม โดยดัชนีกลุ่มการแพทย์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% นับตั้งแต่ต้นปี (YTD) แต่ยัง Underperform ดัชนี SET ซึ่งเพิ่มขึ้น 29% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ราคาหุ้นโรงพยาบาลในปัจจุบันได้สะท้อนความกังวลต่อการชะลอตัวของกำไรไปมากแล้ว ขณะที่คาดว่ารายได้และกำไรของกลุ่มจะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 3/2569 จึงคงน้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาลที่ระดับ “Overweight”
สำหรับปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลดระดับลง และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่อาจเร็วกว่าคาด ส่วนปัจจัยเสี่ยงด้านลบ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยที่อาจต่อเนื่องกว่าคาด