หุ้นเอเชียเปิดลบ! กังวลศึกสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อ ดันน้ำมันพุ่งกว่า 2%

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดแดนลบ หลังสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดอิหร่านใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จุดชนวนกังวลสถานการณ์ตะวันออกกลางบานปลาย กด KOSPI ร่วง 3.5% ขณะที่ WTI-เบรนท์พุ่งกว่า 2%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันนี้ (31 ส.ค. 2569) ปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน 2 แห่งบนเกาะลารัค ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรงจากความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน

โดยดัชนี Nikkei ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 65,668.51 จุด ลดลง 737.05 จุด หรือ 1.11% ดัชนี Hang Seng ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 25,420.63 จุด ลดลง 164.16 จุด หรือ 0.64% และดัชนี Shanghai Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,926.53 จุด ลดลง 25.65 จุด หรือ 0.65% ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วง 3.5% และดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียลดลง 0.27%

ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีฐานยิงจรวด 2 แห่งของอิหร่านบนเกาะลารัค เมื่อวันที่ 30 ส.ค. หลังตรวจพบว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) กำลังเตรียมยิงจรวดที่บรรจุทุ่นระเบิดทางน้ำเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น โดย WTI พุ่ง 2.1% แตะ 85.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent เพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 89.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในเอเชีย ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตและบริการเดือน ส.ค. ของจีน รวมถึงตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือน ก.ค. ของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและตลาดในระยะต่อไป

Back to top button