
“หุ้นเอเชีย” เปิดบวกส่วนใหญ่ รับวอลล์สตรีทฟื้น หลังเฟดคงดอกเบี้ย จับตา GDP-PCE สหรัฐฯ
ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ตามวอลล์สตรีท หลังเฟดมีมติ 10 ต่อ 2 คงดอกเบี้ยที่ 3.75-4.00% ตามคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อ PCE และ GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3/69 ประเมินทิศทางดอกเบี้ยระยะถัดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายวันนี้ (29 ต.ค.69) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อวันพุธ (28 ต.ค.) หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี
สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นเอเชีย ประกอบด้วย ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิเปิดที่ 64,126.25 จุด เพิ่มขึ้น 172.06 จุด หรือ 0.27%,ตลาดหุ้นฮ่องกง ดัชนีฮั่งเส็งเปิดที่ 23,088.14 จุด ลดลง 6.69 จุด หรือ 0.03%,ตลาดหุ้นจีน ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเปิดที่ 3,676.77 จุด ลดลง 4.70 จุด หรือ 0.13%,ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ดัชนี KOSPI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.11% และตลาดหุ้นออสเตรเลีย ดัชนี S&P/ASX 200 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.51%
ทั้งนี้ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติด้วยคะแนนเสียง 10 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ของตลาด โดยกรรมการ 10 รายสนับสนุนให้คงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่กรรมการอีก 2 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค ประธาน Fed สาขาคลีฟแลนด์ และลิซา คุก สมาชิกคณะกรรมการผู้ว่าการ Fed สนับสนุนให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25%
ด้านแถลงการณ์ของ Fed ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูง โดยคณะกรรมการจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อประกอบการกำหนดนโยบายการเงินที่เหมาะสม และสร้างความมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ระดับ 2% ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา
ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้ความสำคัญกับการเปิดเผยดัชนี PCE ของสหรัฐฯ ในวันนี้ เนื่องจากเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้ประกอบการพิจารณานโยบายการเงิน โดยสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการได้อย่างกว้างขวาง
นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2569 ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประมาณการเบื้องต้น เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในระยะต่อไป