
ทิสโก้เตือน “กันยาอาถรรพ์” ชู 7 หุ้น Defensive รับมือความเสี่ยง
บล.ทิสโก้ (TISCO) มองหุ้นไทยเดือน ก.ย. อย่างระมัดระวัง รับความเสี่ยงสงครามการค้า-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ สูง พ่วงการเมืองในประเทศกดดัน แนะลด Beta พอร์ต ชู ADVANC-CPALL-CPF-TTB-ERW-HANA-TASCO หุ้นเด่น พร้อมวางแนวรับ SET 1,580 และ 1,540-1,550 จุด
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด หรือ TISCO ระบุ มีมุมมอง “ระมัดระวัง” ต่อแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายนจากมีความไม่แน่นอนและปัจจัยรบกวนเพิ่มขึ้นทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ จึงปรับลดค่า Beta ของหุ้นแนะนำประจำเดือน เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ตลงทุน พร้อมประเมินแนวรับ SET Index ที่ 1,580 จุด และ 1,540-1,550 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,620-1,630 จุด และ 1,660 จุด
ทั้งนี้ แนะนำให้เน้นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีค่า Beta ต่ำกว่า 1 เท่า ในธีม Defensive Growth & Recovery ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB
ส่วนหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีปัจจัยบวกระยะสั้น ได้แก่ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO
อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องระวังคือปรากฏการณ์ “September Effect” หรือ “กันยาอาถรรพ์” โดยสถิติตลาดหุ้นสหรัฐฯ นับตั้งแต่ปี 1897 พบว่า เดือนกันยายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ -1.0% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเดือนอื่นที่ประมาณ +0.7% ขณะที่ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปีสะท้อนว่า ตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกมักให้ผลตอบแทนติดลบในเดือนดังกล่าว
สำหรับตลาดหุ้นไทย สถิติย้อนหลัง 10 ปีพบว่าเดือนกันยายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ -0.7% ขณะที่ MSCI World และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยในเดือนเดียวกันราว -1.2% และ -1.3% ตามลำดับ
ทั้งนี้ ผลการศึกษาของ TISCO Economic Strategy Unit หรือ TISCO ESU พบว่า ความเสี่ยงการปรับฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับ Bond Yield เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความเร็วในการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตร โดยหาก US Bond Yield อายุ 10 ปี ปรับขึ้นมากกว่า 50 Basis Points ภายใน 1 เดือน จะเพิ่มโอกาสเกิดการปรับฐานของตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ และในอดีตมีค่าเฉลี่ยการปรับตัวลงประมาณ 7.2-9.1%
ด้านนโยบายการเงิน TISCO คาดว่า ธนาคารกลางหลักหลายแห่งยังมีแนวโน้มดำเนินนโยบายเข้มงวด โดยประเมินว่า FED มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 25 Basis Points ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB และธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ก็มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน ส่วนธนาคารกลางจีน หรือ PBOC มีแนวโน้มสวนทาง ด้วยการลดดอกเบี้ยนโยบายและลดอัตราส่วนเงินสำรอง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปีนี้

