
ฟินันเซียคงเป้าเดิม GULF 76 บ. ยูโอบีมอง “ดีอี” ชงครม.อนุมัติฟ้อง อาจแค่เทคนิคเลี่ยงม.157
FSSIA คงคำแนะนำ “ซื้อ” GULF เป้า 76 บาท มองครม.มอบอำนาจกระทรวงดีอีเรียกค่าเสียหาย THCOM-GULF กว่า 1.2 พันล้านบาท ปมส่งมอบทรัพย์สินดาวเทียมไม่ครบ เป็นเพียง Sentiment ลบระยะสั้น ชี้กรณีแย่สุดกระทบกำไร GULF เพียง 1.43% ด้านบล.ยูโอบีระบุ THCOM ยืนยันส่งมอบครบแล้วตั้งแต่สิ้นสุดสัมปทานปี 64 ชี้การขอมติครม. ฟ้องร้องของรัฐอาจเป็นเพียงเทคนิคป้องกันความเสี่ยงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157) ก่อนคดีหมดอายุความในปีนี้พร้อมมองเป็นโอกาสเข้าซื้อหากราคาหุ้นย่อตัวแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินคดีกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เพื่อเรียกร้องค่าปรับและค่าเสียหายรวม 1,259.32 ล้านบาท จากกรณีส่งมอบทรัพย์สินและดำเนินงานดาวเทียมไทยคม 4 และไทยคม 6 ภายใต้สัญญาสัมปทานไม่ครบถ้วนนั้น
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ประเมินวันนี้ (7 ก.ย. 2569) ว่า มติ ครม.ดังกล่าวเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการเรียกร้องทางกฎหมายครั้งใหม่ ยังไม่ใช่คำตัดสินว่า THCOM หรือ GULF กระทำผิดและต้องชำระค่าเสียหายจำนวน 1,259.32 ล้านบาททันที ขณะที่กระบวนการทางกฎหมายอาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้ข้อยุติ
ทั้งนี้ สัญญาสัมปทานหลักของ THCOM เป็นสัญญาแบบสร้าง-โอน-ให้บริการ หรือ Build-Transfer-Operate (BTO) ซึ่งกำหนดให้เอกชนก่อสร้างและโอนทรัพย์สินให้แก่ภาครัฐ ก่อนดำเนินการให้บริการตามระยะเวลาสัมปทาน โดย THCOM มีจุดยืนว่า บริษัทได้ส่งมอบทรัพย์สินตามเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานครบถ้วนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทในปัจจุบันเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเพิ่มเติมบางรายการที่ภาครัฐเห็นว่าควรส่งมอบให้แก่รัฐ โดยเฉพาะระบบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมไทยคม 4 และไทยคม 6
THCOM ระบุว่า ระบบควบคุมดาวเทียมที่บริษัทต้องส่งมอบตามสัญญาสัมปทาน ได้แก่ สถานีควบคุมดาวเทียมที่แคราย ซึ่งได้ส่งมอบให้แก่ภาครัฐแล้ว ส่วนระบบส่งสัญญาณขาขึ้นและขาลง หรือ Uplink/Downlink ที่ภาครัฐเรียกร้องเพิ่มเติมนั้น บริษัทเห็นว่าไม่ใช่อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการควบคุมดาวเทียม
ขณะที่สถานีควบคุมดาวเทียมสำรองที่ลาดหลุมแก้วเป็นทรัพย์สินที่ THCOM ลงทุนก่อสร้างเพิ่มเติมด้วยตนเอง บริษัทจึงเห็นว่าไม่อยู่ในขอบเขตทรัพย์สินที่ต้องโอนให้แก่ภาครัฐตามสัญญาสัมปทาน
ด้านภาครัฐมีมุมมองแตกต่างออกไป โดยเห็นว่าระบบควบคุมดาวเทียมสำรองเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นตามมาตรฐานสากล จึงควรส่งมอบระบบควบคุมที่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมไทยคม 4 และไทยคม 6 รวมถึงอุปกรณ์ Uplink/Downlink ให้แก่ภาครัฐด้วย
ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ประเด็นสำคัญของข้อพิพาทอยู่ที่ความแตกต่างในการตีความเงื่อนไขของสัญญาสัมปทานและขอบเขตทรัพย์สินที่ต้องส่งมอบ โดยการที่ ครม.อนุมัติให้ดำเนินคดีไม่ได้หมายความว่า THCOM หรือ GULF จะต้องชำระค่าเสียหายตามจำนวนที่เรียกร้องในทันที
สำหรับ GULF ถูกระบุชื่อในคดีในฐานะผู้สืบสิทธิจากบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ซึ่งเป็นคู่สัญญาสัมปทานเดิม โดย GULF ไม่ได้เป็นคู่สัญญาสัมปทานมาตั้งแต่ต้น
ในแง่ผลกระทบต่อ GULF ฟินันเซีย ไซรัสประเมินว่า แม้ประเด็นดังกล่าวจะส่งผลเชิงลบต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจน่าจะอยู่ในระดับจำกัด โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องชำระค่าเสียหายเต็มจำนวน และคำนวณตามสัดส่วนการถือหุ้น THCOM ของ GULF ที่ประมาณ 41% จะคิดเป็นผลกระทบทางอ้อมราว 500 ล้านบาท หรือเพียง 1.43% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ GULF
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ UOBKH ซึ่งยังไม่ได้จัดทำบทวิเคราะห์และให้คำแนะนำหุ้น THCOM โดยตรง มองว่า ผลกระทบจากข้อพิพาทอาจไม่รุนแรงเท่ากับตัวเลขค่าเสียหายที่ปรากฏในรายงานข่าว เนื่องจากประเด็นหลักเป็นการตีความว่าทรัพย์สินใดอยู่ในขอบเขตที่ต้องส่งมอบตามสัญญาสัมปทาน
UOBKH ประเมินว่า ข้อพิพาทอาจเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการตามแนวทางระงับข้อพิพาทที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 จึงมีความเป็นไปได้ที่กระทรวงดีอีจะเลือกดำเนินการผ่านกระบวนการทางศาลโดยตรง
นอกจากนี้ การเสนอเรื่องให้ ครม.อนุมัติการฟ้องคดีอาจเป็นขั้นตอนเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอำนาจในการดำเนินคดีและการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะเมื่อคดีปกครองมีกรอบอายุความ 5 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 10 กันยายน 2569 ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้ทันก่อนครบอายุความ
สำหรับผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ UOBKH มองว่า สถานการณ์ยังไม่น่ากังวลเท่ากับมูลค่าความเสียหายที่ปรากฏในรายงานข่าว เนื่องจากปัจจุบัน THCOM ยังคงมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT โดยรับจ้างควบคุมดาวเทียมให้แก่ NT พร้อมเช่าดาวเทียมไทยคม 6 จาก NT เพื่อให้บริการต่อเนื่องจนถึงปี 2575
ในกรณีเลวร้ายที่สุด หาก THCOM ต้องส่งมอบอุปกรณ์เพิ่มเติมให้แก่ NT บริษัทอาจต้องเช่าอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมาเพื่อใช้ให้บริการดาวเทียมไทยคม 6 ต่อไป ส่งผลให้มีต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น และอาจกระทบต่อกำไรบางส่วน
อย่างไรก็ดี UOBKH ประเมินว่า กรณีดังกล่าวจะไม่กระทบต่อรายได้จากธุรกิจดาวเทียมแบบดั้งเดิม หรือ Conventional Satellite อย่างมีนัยสำคัญ และไม่น่ารุนแรงถึงขั้นกระทบต่อความอยู่รอดของ THCOM
หากอ้างอิงข้อมูล Bloomberg Consensus ปัจจุบันมีนักวิเคราะห์ติดตามหุ้น THCOM จำนวน 6 แห่ง แบ่งเป็นคำแนะนำ “ซื้อ” 1 แห่ง “ถือ” 3 แห่ง และ “ขาย” 2 แห่ง โดยมีราคาเหมาะสมเฉลี่ย 12.29 บาทต่อหุ้น
UOBKH ระบุว่า หากราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลงแรงจากความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาท อาจเป็นโอกาสลงทุน เนื่องจากผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจจริงมีแนวโน้มอยู่ในระดับจำกัด เมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่ปรากฏในรายงานข่าว
ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามเอกสารชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก THCOM ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อพิจารณารายละเอียดข้อเรียกร้อง สถานะของกระบวนการทางกฎหมาย และจุดยืนของบริษัทอย่างชัดเจนมากขึ้น
ส่วนฟินันเซีย ไซรัสยังคงประมาณการผลประกอบการและราคาเป้าหมายหุ้น GULF ที่ 76 บาทต่อหุ้น พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”

