ยอดใช้น้ำมัน พ.ค. 69 หดตัว 4.2% กรมธุรกิจพลังงานชี้ E20-B20 ยังโตต่อเนื่อง

กรมธุรกิจพลังงานเผยยอดจำหน่ายน้ำมันเดือน พ.ค.69 อยู่ที่ 148.39 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 4.2% จากปีก่อน ขณะที่ E20-B20 เติบโตตามมาตรการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ ส่วนการนำเข้าเพิ่มขึ้น 25.7%


นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ภาพรวมการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 148.39 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.3% จากเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ ปริมาณการจำหน่ายเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งน้ำมันกลุ่มเบนซิน กลุ่มดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ขณะที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพของภาครัฐ

สำหรับน้ำมันกลุ่มเบนซิน มีปริมาณการจำหน่าย 30.58 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ E85

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ E20 ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอยู่ที่ 6.45 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้น 26.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากมาตรการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพผ่านการกำหนดส่วนต่างราคาที่จูงใจ โดย E20 มีราคาต่ำกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 จำนวน 5 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ผู้ใช้รถยนต์ที่รองรับเชื้อเพลิงดังกล่าวหันมาใช้ E20 มากขึ้น

เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันทุกชนิดในกลุ่มเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศ โดยในเดือนพฤษภาคมมีการปรับราคาน้ำมันรวม 8 ครั้ง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายในบางช่วงได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงของราคา

ด้านน้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็ว มีปริมาณการจำหน่าย 63.68 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับดัชนีการส่งสินค้า (Shipment Index) เดือนพฤษภาคม ซึ่งหดตัว 4.26% ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดาลดลง 10.5%

ขณะที่น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 ยังมีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น จากนโยบายส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและการขยายจำนวนสถานีบริการรองรับรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงดังกล่าว โดย ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีสถานีบริการ B20 จำนวน 802 แห่ง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากเดือนเมษายนมาอยู่ที่ 3.68 ล้านลิตรต่อวัน

ส่วนน้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์ หรือ Jet A1 มีปริมาณการจำหน่าย 14.94 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 2.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง 7.4% เนื่องจากราคาเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาบัตรโดยสาร

นอกจากนี้ ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกันยายนของทุกปีเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว หรือ Low Season ทำให้สายการบินหลายแห่งทยอยปรับแผนการดำเนินงาน ทั้งการปรับตารางบิน ลดความถี่ในบางเส้นทาง และบริหารจัดการเที่ยวบินให้เหมาะสมกับต้นทุนและจำนวนผู้โดยสารในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับน้ำมันเตา มีปริมาณการจำหน่าย 5.18 ล้านลิตรต่อวัน ลดลง 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการดำเนินงานในภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว สอดคล้องกับดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (Manufacturing Production Index) เดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งหดตัว 1.29% ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงในภาคอุตสาหกรรมลดลง

ด้านก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) มีปริมาณการจำหน่าย 17.76 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการใช้ในภาคครัวเรือนลดลง 3.2% และภาคอุตสาหกรรมลดลง 2% ขณะที่ภาคขนส่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3%

ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) มีปริมาณการจำหน่าย 2.13 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลง 8.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอุปสงค์ยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับจำนวนสถานีบริการที่ทยอยลดลง ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2569 มีสถานีบริการ NGV เปิดให้บริการทั่วประเทศ 257 แห่ง ลดลง 21 แห่งจากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนปริมาณการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 1,164,539 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 25.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นการนำเข้าน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 21.8% และน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 12.7%

ขณะที่มูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้เพิ่มการนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งตะวันออกไกลและแหล่งอื่น เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดการพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลาง

สำหรับปริมาณการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปอยู่ที่ 127,652 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการส่งออกน้ำมันเตา ซึ่งไม่อยู่ภายใต้มาตรการระงับการส่งออกตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 จำนวน 65,519 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 62.1%

นอกจากนี้ มีการส่งออกน้ำมันดีเซลที่มีลักษณะและคุณภาพไม่สามารถจำหน่ายภายในราชอาณาจักร จำนวน 17,682 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 85.2% ขณะที่การส่งออกน้ำมันกลุ่มเบนซิน น้ำมันอากาศยาน น้ำมันดีเซลพื้นฐานชนิดกำมะถัน 10 ppm และ LPG ไปยังประเทศที่ไม่อยู่ภายใต้มาตรการระงับการส่งออก ได้แก่ สปป.ลาว และเมียนมา มีปริมาณรวม 44,451 บาร์เรลต่อวัน

Back to top button