ยอดขายวัสดุก่อสร้างฟื้น! รับแรงซื้อ “ซ่อมบ้าน” หลังน้ำท่วม โบรกชู HMPRO เด่น

บล.ทิสโก้ ชี้แรงซื้อสินค้าซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมหนุนยอดขายกลุ่มวัสดุก่อสร้างฟื้น คาด SSSG เดือน ต.ค. โต 3.4% นำโดยไทวัสดุ 9% HMPRO 6% และ DOHOME 5% มองความต้องการต่อเนื่องถึง ธ.ค. พร้อมแนะนำ “ซื้อ” HMPRO ราคาเป้าหมาย 10 บาท และแนะ "ซื้อ" BJC ราคาเป้าหมาย 20 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความต้องการสินค้าเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านกลับมาฟื้นตัว หลังจากเผชิญภาวะยอดขายอ่อนแอต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยคาดว่าแรงซื้อสินค้ากลุ่มดังกล่าวจะยังขยายตัวในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี 2569 และเป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิมของผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวครั้งนี้ยังมีความแตกต่างกันระหว่างกลุ่มสินค้าและพื้นที่ เนื่องจากกำลังซื้อพื้นฐานของผู้บริโภคยังไม่ได้กลับมาแข็งแกร่งอย่างทั่วถึง

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ไว้เมื่อวันที่ (4 พ.ย.69) ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านในเดือนตุลาคม 2569 มีแนวโน้มเติบโต 3.4% พลิกฟื้นจากภาวะอ่อนตัวในช่วงหลายเดือนก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าสำหรับซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยภายหลังสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนยอดขายของผู้ประกอบการต่อเนื่องไปจนถึงเดือนธันวาคม 2569

สำหรับผู้ประกอบการที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวดังกล่าว ได้แก่ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO ซึ่งประเมินว่ายอดขายสาขาเดิมเดือนตุลาคมจะเติบโตประมาณ 6% จากความต้องการสินค้าซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคตะวันออก โดยเฉพาะสีทาบ้าน วัสดุปูพื้น อุปกรณ์ห้องครัว และห้องน้ำ ถือเป็นสัญญาณบวกหลังยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3/2569 หดตัว 2.9% อย่างไรก็ตาม ยอดขายในพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยังมีแนวโน้มทรงตัว สะท้อนถึงกำลังซื้อผู้บริโภคที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง

ขณะที่ บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME คาดว่ายอดขายสาขาเดิมเดือนตุลาคมจะเติบโตประมาณ 5% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายผ่านช่องทาง Back Office ที่ขยายตัวในระดับเลขหลักเดียวช่วงบนถึงเลขสองหลักช่วงต้น ส่วนยอดขายผ่านหน้าร้านยังทรงตัว โดยผลการดำเนินงานในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีทิศทางดีกว่าภูมิภาคอื่น สอดคล้องกับความต้องการสินค้าเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย

ด้าน บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC คาดว่าธุรกิจไทวัสดุจะมียอดขายสาขาเดิมเติบโตประมาณ 9% จากความต้องการสินค้าซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ยอดขายสาขาเดิมโดยรวมของ CRC เติบโตประมาณ 3% ขณะที่ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL แม้ยอดขายสาขาเดิมเดือนตุลาคมยังคาดว่าจะหดตัวประมาณ 2% แต่ถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 3/2569 ที่หดตัวถึง 6.9% ส่วน บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT คาดว่าจะมียอดขายสาขาเดิมเติบโตประมาณ 5%

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคยังมีทิศทางแตกต่างจากกลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดย บล.ทิสโก้ ประเมินว่ายอดขายสาขาเดิมเดือนตุลาคมจะหดตัวเล็กน้อยประมาณ 0.1% เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเติมสินค้าเข้าสู่ร้านค้าขนาดเล็กในกรุงเทพมหานครช่วงต้นเดือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐยังมีส่วนช่วยสนับสนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็ตาม

ทั้งนี้ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC ยังคงเป็นผู้ประกอบการที่ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเชิงบวก โดยคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของธุรกิจ Big C จะเติบโตประมาณ 1.5% สูงกว่าภาพรวมกลุ่มค้าปลีก จากผลของการปรับปรุงสาขาและความต้องการสินค้าในกลุ่ม Home ที่เพิ่มขึ้นตามการซื้อสินค้าทดแทนภายหลังน้ำท่วม นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับประโยชน์จากการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และผลประกอบการของสาขาที่เน้นกลุ่มลูกค้านักท่องเที่ยว ซึ่งปรับตัวดีขึ้นตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจีน โดยคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเร่งตัวขึ้นอีกเมื่อจำนวนลูกค้ากลับเข้าสู่ระดับปกติในเดือนธันวาคม 2569

ส่วน บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT คาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกจะมีทิศทางแตกต่างกัน โดยยอดขายค้าส่งที่ปรับตัวดีขึ้นอาจถูกหักล้างด้วยยอดขายค้าปลีกที่ยังอ่อนแอ ซึ่งเป็นแนวโน้มต่อเนื่องจากเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อยอดขายสาขาเดิมในเดือนตุลาคมมากที่สุดเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นในกลุ่มค้าปลีก

จากแนวโน้มดังกล่าว บล.ทิสโก้ ประเมินว่าการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีกในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยกลุ่มวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านได้รับแรงสนับสนุนจากความจำเป็นในการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังน้ำท่วม ซึ่งคาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคยังต้องพึ่งพาการฟื้นตัวของกำลังซื้อและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ จึงต้องติดตามว่าการฟื้นตัวของยอดขายจะสามารถขยายไปสู่พื้นที่และกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากสถานการณ์น้ำท่วมได้มากน้อยเพียงใด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.ทิสโก้ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” BJC ให้มูลค่าเหมาะสม 20 บาท จากแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดขายสาขาเดิม การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และแรงสนับสนุนจากธุรกิจค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” HMPRO ให้มูลค่าเหมาะสม 10 บาท เนื่องจากมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการสินค้าซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย ซึ่งคาดว่าจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของยอดขายในช่วงที่เหลือของปี 2569

Back to top button