
AAV ลุ้นเทิร์นอะราวด์ไตรมาส 4 รับไฮซีซั่นท่องเที่ยว-ค่าโดยสารพุ่ง
KKPS คาด AAV ขาดทุน Q3/69 ลดลงจาก Q2 ก่อนพลิกกลับมามีกำไรใน Q4/69 รับไฮซีซั่นท่องเที่ยว กำลังการผลิตลดลงน้อยลง และค่าโดยสารเร่งตัว แม้ต้นทุนน้ำมันยังสูง พร้อมหั่นคำแนะนำเป็น “ถือ” ลดเป้าเหลือ 1.20 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS ระบุในบทวิเคราะห์วันที่ 9 ก.ย. 2569 ว่า ได้ปรับประมาณการผลขาดทุนหลักปี 2569 ของบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เพิ่มขึ้นเป็น 1,625 ล้านบาท จากเดิมคาดขาดทุน 900 ล้านบาท พร้อมปรับลดประมาณการกำไรปี 2570-2571 ลงประมาณ 7-8% เพื่อสะท้อนต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ AAV ในไตรมาส 2/2569 น่าจะเป็นจุดต่ำสุด ก่อนที่ผลขาดทุนจะลดลงในไตรมาส 3/2569 และมีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 4/2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวระดับสูง การปรับลดกำลังการผลิตในสัดส่วนที่น้อยลง และราคาบัตรโดยสารที่มีแนวโน้มเร่งตัวตั้งแต่ไตรมาส 3 เป็นต้นไป
สำหรับไตรมาส 3/2569 AAV มีแผนลดกำลังการผลิตลง 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่ากำลังการผลิตจะลดลงต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน หลังบริษัทเตรียมระงับเส้นทางบินภายในประเทศทั้งหมดที่ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงเส้นทางบินระหว่างประเทศทั้งหมดไปยังฮ่องกง
ด้านอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร หรือ Load Factor คาดว่าจะทรงตัวจากไตรมาสก่อนในระดับ 78-79% แต่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาบัตรโดยสารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบ 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งจะช่วยชดเชยต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นบางส่วน และส่งผลให้รายได้จากผู้โดยสารเติบโตเล็กน้อยจากปีก่อน
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของราคาบัตรโดยสารอาจยังไม่เพียงพอชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งจากเฉลี่ย 87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2568 เป็นประมาณ 135-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/2569 ส่งผลให้ AAV มีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องในไตรมาส 3/2569 แต่คาดว่าขาดทุนจะลดลงจากระดับ 2,100 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569
ส่วนไตรมาส 4/2569 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า AAV จะกลับมามีกำไร โดยได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวระดับสูง การลดกำลังการผลิตในระดับประมาณ 10% จากปีก่อน ซึ่งน้อยกว่าไตรมาส 3 รวมถึงการเร่งตัวของราคาบัตรโดยสารตั้งแต่ไตรมาส 3/2569
ขณะเดียวกัน AAV เตรียมบริหารจัดการฝูงบินด้วยการขายและเช่ากลับ หรือ Sale-and-Leaseback เครื่องบินจำนวน 2 ลำ เพื่อระดมเงินสดในไตรมาส 3/2569 รวมถึงยกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดและส่งคืนเครื่องบินให้แก่ผู้ให้เช่าจำนวน 2-4 ลำในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเช่าและเพิ่มประสิทธิภาพของฝูงบิน
อย่างไรก็ดี ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชั่วคราวในช่วงครึ่งหลังของปี เพื่อเตรียมความพร้อมของเครื่องบินก่อนส่งคืนผู้ให้เช่า แต่ฝ่ายวิเคราะห์ยังไม่มีความกังวลมากนักต่อกระแสเงินสดของ AAV เนื่องจากบริษัทสามารถสร้างกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA เป็นบวกได้ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเชื่อว่าเป็นระดับต่ำสุดแล้ว
ประเด็นที่ยังต้องติดตามคือ ลูกหนี้จากกิจการที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น กรุ๊ป เบอร์ฮาด หรือ AAGB ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 9,000 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 เป็น 14,600 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 และอาจสร้างความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องของบริษัทแม่
ทั้งนี้ AAGB ระบุในเอกสารนำเสนอผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ว่า มีแผนระดมเงินทุนจำนวน 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมมีวงเงินสินเชื่อในประเทศเพิ่มเติมอีก 700 ล้านริงกิตมาเลเซียซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ
KKPS คาดว่า AAV จะขาดทุนสุทธิ 1,625 ล้านบาทในปี 2569 ก่อนพลิกเป็นกำไรสุทธิ 1,370 ล้านบาทในปี 2570 และเพิ่มขึ้นเป็น 1,829 ล้านบาทในปี 2571 พร้อมปรับลดคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ” และลดราคาเป้าหมายเหลือ 1.20 บาท จากเดิม 1.30 บาท อิงอัตราส่วนราคาต่อกำไรปี 2570 ที่ 11.3 เท่า โดยให้ส่วนลดจากค่าเฉลี่ยหุ้นสายการบินในภูมิภาค 20% เพื่อสะท้อนความอ่อนไหวต่อราคาของผู้โดยสารและความสามารถในการป้องกันความเสี่ยงด้านต้นทุนน้ำมันที่ต่ำกว่า
