ดอกไม่ขึ้น หุ้นก็ลงอยู่ดี

ในที่สุดธนาคารกลางสหรัฐ ก็ประกาศคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75%-4.00% ซึ่งเป็นช็อตที่ทำให้ใครหลายคนเชื่อว่า หุ้นจะทะยานรับข่าวดังกล่าว


ในที่สุดธนาคารกลางสหรัฐ ก็ประกาศคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75%-4.00% ซึ่งเป็นช็อตที่ทำให้ใครหลายคนเชื่อว่า หุ้นจะทะยานรับข่าวดังกล่าว และน่าจะได้เห็นบิตคอยน์วิ่งอีกรอบ ซึ่งรวมถึงราคาทองคำน่าจะกลับเฉิดฉายอีกครั้ง แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า ทุกอย่างแป้กไปดื้อ ๆ จนทำให้อีฉันต้องไปขวนขวายหาคำตอบ เพื่อมาอธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวให้กับทุกคนได้รู้พะยะค่ะ

โดยคำอธิบายครั้งนี้พุ่งเป้าไปที่เรื่องการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน ธ.ค. 69 ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีมีโอกาสขยับขึ้นอีก จากที่ทุกวันนี้ยืนอยู่ในระดับ 4.98% แบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเกมที่นักลงทุนมองข้ามช็อตไปถึงสิ้นปี ซึ่งเป็นแรงกดดันให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาอีกอย่างแน่นอน และทำให้เชื่อว่า เที่ยวนี้ดัชนีมีโอกาสลงไปนอนแอ้งแม้งแถว 1,500 จุด ค่อนข้างสูงนะจ๊ะ

นอกจากนี้หากมองไปถึงผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทอื่นอย่าง “บิตคอยน์” และ “ทองคำ” ก็ทำให้รู้ได้ทันทีว่า สินทรัพย์ทั้ง 2 ตัวน่าจะวนเวียนไปมาอยู่ที่เดิม เพราะนักลงทุนมีแนวความคิดว่า การลงทุนในพันธบัตรให้ผลตอบแทนที่ชัวร์กว่า และไม่ต้องไปลุ้นให้เหนื่อยใจเหมือนที่ผ่านมา “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักลงทุนเข้าใจเกมการลงทุนเที่ยวนี้มันเทน้ำหนักไปที่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำนะจะบอกให้

ด้วยเหตุนี้ถึงต้องประเมินการยืนปิดของดัชนีที่ระดับ 1,544.60 จุด ลบไป 21.50 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.89 หมื่นล้านบาท ใช่ระดับที่เหมาะต่อการลงทุนระยะกลางจริงหรือ? เพราะเมื่อดูแรงกดดันที่ถาโถมที่เข้ามาในหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแบงก์ที่ประกาศงบไปก่อนหน้านี้โตช้า ถัดมาเป็นหุ้นพลังงานที่โดนเรื่องรื้อสูตรคำนวณค่าน้ำมัน และต่อมาหุ้นชิปโดนเรื่องกำไรที่โตต่ำกว่าคาดเล่นงาน ฯลฯ แล้วตลาดหุ้นไทยจะเอาแรงที่ไหนมาขึ้นยาว ๆ เพราะภาพที่อีฉันมองไปอีก 2 เดือนข้างหน้า มันเต็มไปด้วยความกังวลนะออเจ้า

ประเด็นดังกล่าวดูได้จากสถานการณ์ของปูนใหญ่ SCC ซึ่งก่อนหน้านี้ประเมินกันว่า กำไรไตรมาส 3 ปี 69 จะอยู่ในระดับ 4 พันล้านบาท พอประกาศจริงกลับมีกำไรแค่ 2.40 พันล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมากเหลือเกิน “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่วานนี้ราคาหุ้นทรุดลงมากองอยู่ที่ระดับ 262.00 บาท ลบไป 16.00 บาท หรือลงไป 5.76% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 4,289.34 ล้านบาท เพราะนักเล่นรู้สึกผิดหวังนะซี

อีกเรื่องที่อีฉันขอเม้าท์ต่อจากวันก่อนก็คือ BCP ซึ่งโดนสารพัดข่าวรุมเร้าไม่ขาดสาย เริ่มตั้งแต่เรื่องเลยจุดพีกของกำไร ถัดมาเป็นเรื่องผู้ถือใหญ่เกี่ยวกับทุนเทา และล่าสุดโดนเรื่องโรงกลั่นที่ต้องแบกต้นทุนมากขึ้น หลังจาก “รมว.ขิง” เซ็นคำสั่งรื้อโครงสร้างราคาน้ำมันแบบนี้ มันกลายเป็นช็อตที่ทำให้นักลงทุนหันมาขายหุ้นรัว ๆ เพราะกังวลกำไรต่อจากนี้จะโตลดลง แล้วหุ้นจะไปหยุดลงตรงไหนล่ะเนี่ย!

ประเด็นข้างต้นทำให้ “โมนิก้า” ต้องเอ่ยถึงหุ้น AAV ขึ้นมาทันที เพราะเป็นหุ้นที่โดนผลกระทบเรื่องบริษัทแม่ที่ฝั่งมาเลเซียตกอยู่ในสภาพการเงินฝืดเคือง ซึ่งกระทบต่อบริษัทลูกในไทยที่มีความเกี่ยวโยงทางด้านการเงิน แม้ซีอีโอฝั่งโน้นจะเร่งหาเงินมาโปะ แต่ดูเหมือนนักลงทุนจะไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่ วานนี้จึงเห็นหุ้นลงมายืนอยู่ที่ 0.77 บาท ลบไป 0.04บาท หรือลงไป 4.94% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 51.01 ล้านบาท พร้อมกับทำโลว์ในรอบเกิน 10 ปีเจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน

Back to top button