โบรกเชียร์ซื้อ BEM ท็อปพิกขนส่ง รับกำไรครึ่งปีหลังโต-ต้นทุนลด ชูเป้า 10.31 บาท

บล.กสิกรไทยมอง BEM เด่นสุดกลุ่มขนส่งทางบก คาดกำไรปกติครึ่งหลังปี 69 โตสูงในระดับหลักเดียว รับแรงหนุนจากต้นทุนดอกเบี้ยและค่าบำรุงรักษาที่ลดลง พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.31 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ (9 ก.ย.69) ว่า แนวโน้มปริมาณผู้โดยสารรถไฟฟ้าและการจราจรบนทางด่วนยังเติบโตอย่างจำกัด ท่ามกลางแรงกดดันจากภาคการท่องเที่ยวที่อ่อนแอ ขณะที่มาตรการร่วมจ่ายค่าโดยสาร “ไทยช่วยไทย” ส่งผลเชิงบวกต่อจำนวนผู้ใช้บริการเพียงเล็กน้อย จึงยังต้องรอปัจจัยสนับสนุนใหม่จากโครงการภาครัฐ

ทั้งนี้ บริษัทในกลุ่มขนส่งทางบก 3 แห่งภายใต้การวิเคราะห์ ได้แก่ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM, บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS และบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานกำไรปกติรวมในไตรมาส 2/2569 จำนวน 1.25 พันล้านบาท ลดลง 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 10% จากไตรมาสก่อน เป็นไปตามประมาณการของฝ่ายวิจัย

กำไรที่ลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน มีสาเหตุหลักจาก BTS ซึ่งมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้น หลังรับรู้ผลขาดทุนจากรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูและสายสีเหลือง รวมถึงผลการดำเนินงานที่อ่อนแอของบริษัทย่อย

ขณะที่ BEM มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยกำไรปกติเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนในอัตราสูงสุด จากการประหยัดต้นทุนดอกเบี้ย ส่วนกำไรปกติของ DMT ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน เนื่องจากปริมาณการจราจรอ่อนตัวตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง

สำหรับข้อมูลเดือนกรกฎาคม 2569 จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าและปริมาณการจราจรบนทางด่วนโดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย BEM รายงานจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยของรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินที่ 426,200 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 3.5% จากเดือนก่อน แต่ต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 2.7%

ปริมาณการจราจรบนทางด่วนของ BEM อยู่ที่ 1.1 ล้านเที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน แต่ต่ำกว่าประมาณการ 1.3%

ด้านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางราง บีทีเอสโกรท หรือ BTSGIF รายงานจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยบนรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลักที่ 535,500 เที่ยวต่อวัน ลดลง 1.2% จากปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 2.3% จากเดือนก่อน และต่ำกว่าประมาณการ 6.7%

ขณะที่กระทรวงคมนาคมรายงานจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยของรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลืองที่ 47,200 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 4.7% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 2.4% จากเดือนก่อน ส่วนรถไฟฟ้า MRT สายสีชมพูมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 67,700 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้น 3.1% จากปีก่อน แต่ลดลง 2.2% จากเดือนก่อน

ส่วน DMT รายงานปริมาณการจราจรเฉลี่ย 99,900 เที่ยวต่อวัน ลดลง 5.9% จากปีก่อน และลดลง 0.3% จากเดือนก่อน รวมทั้งต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัย 4.9%

บล.กสิกรไทยคาดว่า ปริมาณการจราจรของกลุ่มขนส่งทางบกในช่วงที่เหลือของปี 2569 จะเติบโตในอัตราตัวเลขหลักเดียวระดับต่ำ โดยยังถูกกดดันจากภาคการท่องเที่ยวที่อ่อนแอ หลังประเมินจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 ที่ 31.5 ล้านคน ลดลง 4.5% จากปีก่อน เทียบกับช่วง 7 เดือนแรกของปีที่ลดลง 3.1%

สำหรับแนวโน้มกำไรช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ฝ่ายวิจัยคาดว่า BEM จะเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในกลุ่มที่มีกำไรปกติเติบโตจากปีก่อนในอัตราตัวเลขหลักเดียวระดับสูง โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยและค่าบำรุงรักษา

ขณะที่ DMT ยังเผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าที่ลดลง ส่วน BTS มีแนวโน้มผลประกอบการอ่อนแอจากหลายธุรกิจ

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประกาศผลประมูลงานบริหารและบำรุงรักษา หรือ O&M โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 หรือ M82 ในไตรมาส 4/2569 รวมถึงความคืบหน้าของนโยบายสนับสนุนค่าโดยสารรถไฟฟ้า 17-45 บาท ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินการในไตรมาส 1/2570

บล.กสิกรไทยคงมุมมอง “เป็นกลาง” ต่อกลุ่มขนส่งทางบก เนื่องจากปริมาณผู้ใช้บริการยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างจำกัด พร้อมเลือก BEM เป็นหุ้นเด่นระยะยาว จากฐานกำไรที่มั่นคงและโอกาสได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากนโยบายภาครัฐ โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 10.31 บาท ส่วน BTS คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 2.38 บาท เนื่องจากคาดว่าจะขาดทุนต่อเนื่องในช่วงปี 2569-2571 และคงคำแนะนำ “ถือ” DMT ราคาเป้าหมาย 12.30 บาท สะท้อนแนวโน้มปริมาณการจราจรที่ยังเติบโตอ่อนแอ

Back to top button