หุ้นเอเชียเปิดลบ กังวลน้ำมันพุ่ง จับตาเฟด-BOJ ประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์นี้

ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดลบเป็นส่วนใหญ่ หลังราคาน้ำมัน WTI พุ่ง 2.8% แตะ 102.87 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะยาน 3.1% สู่ 107.87 ดอลลาร์ กังวลอุปทานสะดุดหลังซาอุฯ ปิดท่อ East-West Pipeline ขณะตลาดจับตาเฟดและ BOJ ประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์นี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ย.69) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดการซื้อขายในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์อุปทานน้ำมัน หลังซาอุดีอาระเบียประกาศปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันโดยไม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่าทั้งสองแห่งอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

โดยดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 63,659.53 จุด ลดลง 351.81 จุด หรือ 0.55% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 24,701.18 จุด ลดลง 104.45 จุด หรือ 0.42% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,867.02 จุด ลดลง 21.09 จุด หรือ 0.54%

ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.92% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียขยับขึ้น 0.16%

ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงเช้าวันนี้ โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้น 2.8% แตะระดับ 102.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 3.1% แตะ 107.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ภายหลังถูกโจมตีด้วยโดรนจากอิรักเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา

กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า การปิดท่อดังกล่าวเป็นมาตรการป้องกัน หลังเหตุโจมตีสร้างความเสียหายต่อระบบท่อส่งน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยขนาดความเสียหายและระยะเวลาที่ต้องปิดดำเนินการ

ด้านรัฐบาลอิรักได้สั่งปลดผู้บัญชาการทหารที่รับผิดชอบปฏิบัติการในจังหวัดเมย์ซาน พร้อมเปิดปฏิบัติการติดตามผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีดังกล่าว

นอกจากนี้ การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มอ่าวอาหรับและอิหร่าน ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน ถูกเลื่อนออกไปหลังเกิดเหตุโจมตีท่อส่งน้ำมัน โดยการประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายหารือข้อตกลงชั่วคราวเกี่ยวกับการกำกับดูแลการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อลดความตึงเครียดและฟื้นฟูการสัญจรทางทะเล

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของเฟดและ BOJ ในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางทั้งสองแห่งอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาค

นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนในวันที่ 15 ก.ย.69 ได้แก่ ราคาบ้านเดือนส.ค. การผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร และอัตราว่างงาน เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป

Back to top button