
ASPS แนะเก็บ 3 หุ้นเด่น PTT-GFPT-PSL รับมือวิกฤตพลังงาน
บล.เอเซียพลัส (ASPS) ชูกลยุทธ์ "Selective Buy" เน้นตั้งรับอย่างระมัดระวัง แนะนำสะสมหุ้นที่คาดว่าจะได้อานิสงส์จากแนวโน้มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและค่าระวางเรือในระยะข้างหน้า เช่น PTT-GFPT-PSL ชี้ตลาดทุนโลกและไทยเจอความเสี่ยงในอนาคตจากวิกฤตพลังงานรอบใหม่ หลังตะวันออกกลางระอุหนุนเงินเฟ้อพุ่ง
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำกลยุทธ์ “Selective Buy” เน้นสะสมหุ้นต่างประเทศที่อิงโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้แก่ BE03 ที่ได้แรงหนุนจากความต้องการพลังงานไฟฟ้าใน Data Center สหรัฐฯ (แนวรับ 1.80 บาท แนวต้าน 1.90 บาท จุดตัดขาดทุน 1.70 บาท) และ LENOVO19 ที่ได้อานิสงส์จากอุปสงค์ AI Server ที่ยังขยายตัว (แนวรับ 6.70 บาท แนวต้าน 7.25 บาท จุดตัดขาดทุน 6.55 บาท)
ส่วนกลุ่มหุ้นไทยแนะนำหุ้นเด่นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและราคายัง Laggard ได้แก่ บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT รับประโยชน์จากราคาเนื้อไก่ฟื้นตัวขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์ขึ้นน้อยกว่า (แนวรับ 10.50 บาท แนวต้าน 11.00 บาท จุดตัดขาดทุน 9.90 บาท)
ถัดมาคือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT รับประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบโลกฟื้นตัว พ่วงปัจจัยบวกจากการร่วมทุนในกลุ่มโรงกลั่น และคาดหวังผลงานครึ่งปีหลังที่แข็งแกร่ง (แนวรับ 41.50 บาท แนวต้าน 45.00 บาท จุดตัดขาดทุน 40.00 บาท) และ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL รับอานิสงส์ค่าระวางเรือพุ่งสูงสุดในรอบ 5 ปี ผสานปัจจัยหนุนจากเอลนีโญในอนาคต (แนวรับ 10.30 บาท แนวต้าน 10.90 บาท จุดตัดขาดทุน 9.80 บาท)
ทั้งนี้ ทิศทางตลาดทุนโลกและตลาดหุ้นไทยภายใต้สภาวะบรรยากาศการลงทุนที่กลับเข้าสู่ภาวะระมัดระวังตัวอย่างเข้มงวด โดยมีวิกฤตความเสี่ยงด้านพลังงานเป็นแรงกดดันหลักในอนาคต หลังจากซาอุดีอาระเบียประกาศระงับการใช้งานท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline (กำลังขนส่ง 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน) ชั่วคราวจากเหตุโจมตี ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์เลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น 2.9% ยืนเหนือระดับ 107 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากยืดเยื้อจะกระทบอุปทานโลกและเร่งอัตราเงินเฟ้อรอบใหม่
ด้านเศรษฐกิจมหภาค สหรัฐอเมริการายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามคาด แต่เงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ขยายตัวสูงกว่าคาด สะท้อนต้นทุนที่พุ่งสูงโดยเฉพาะกลุ่มศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ดันราคาสินค้ากลุ่มซอฟต์แวร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พุ่งขึ้นถึง 25.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ ปัจจัยเหล่านี้กดดันให้ FedWatch Tool ให้น้ำหนักถึง 86.2% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 16 กันยายนนี้
