SABINA ส่งซิก Q3 ฟื้นตัว ชูคอลเลกชั่นใหม่-แอคทีฟแวร์หนุนโต รับกระแสออกกำลังกาย

SABINA ส่งสัญญาณยอดขายไตรมาส 3/69 ฟื้นตัว หลังคอลเลกชั่นใหม่ได้รับการตอบรับดี พร้อมรุกแอคทีฟแวร์รับกระแสออกกำลังกาย หนุนพอร์ตสินค้านอกชุดชั้นในโตแตะ 5% ปีนี้


นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในแบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า จากการติดตามตัวเลขยอดขายทั้ง 3 ช่องทางของ SABINA ในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงขณะนี้ พบการฟื้นตัวของยอดขายในช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มีสัดส่วนการขายมากที่สุด ทั้งการขายผ่านซาบีน่าช็อป และเคาน์เตอร์ซาบีน่าในห้างสรรพสินค้า โดยคาดว่า ปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ ทั้งสินค้าหลักในกลุ่มชุดชั้นใน และสินค้าที่ไม่ใช่ชุดชั้นใน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี

ก่อนหน้านี้ SABINA รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (เมษายนถึงมิถุนายน) ปี 2569 โดยช่องทางค้าปลีก ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มีสัดส่วนรายได้ 56% มียอดขายปรับตัวลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่องทางไม่มีหน้าร้าน หรือ NSR (Non-Store Retailing) ซึ่งมีสัดส่วน 35% มียอดขายลดลง 13.5% และช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีสัดส่วน 9% ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5%

“การกลับมาของยอดขายในช่องทางค้าปลีกในไตรมาสที่ 3 เริ่มเป็นสัญญาณบวกที่เห็นชัดเจนขึ้น หลังจากที่เราประเมินว่า แนวโน้มตลาดและกำลังซื้อในครึ่งหลังของปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก แม้ว่า ภาพรวมของกำลังซื้ออาจจะต่ำลง จากปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่ SABINA จะเปลี่ยนอุปสรรคเหล่านี้ให้เป็นโอกาส ด้วยการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูงเกินไป เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงและจับต้องได้ ด้วยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการจ้างผลิต (Sourcing) และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ โดยเรามั่นใจว่า จะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยเฉพาะอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin หรือ NPM) ในปีนี้ไว้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้” นางสาวดวงดาวกล่าว

ทั้งนี้ ยังกล่าวถึงการรับมือกับสินค้าจีนที่เข้ามาทำตลาดในช่องทางออนไลน์ด้วยว่า ที่ผ่านมา SABINA ได้ติดตามและประเมินผลกระทบมาโดยตลอด และรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ เพื่อนำไปสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่มีนวัตกรรมและมีคุณภาพเหนือกว่า เช่น กรณีของชุดชั้นใน SMART STRETCH  ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ SABINA ขณะเดียวกัน การขายในช่องทาง NSR ที่มีความกังวลเรื่องของการขึ้นค่าธรรมเนียม (GP) ของแพลตฟอร์มออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องนี้บริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจาก SABINA เป็นแบรนด์ต้นๆ ในตลาดออนไลน์ และมีการปรับแผนการขายและการตลาดร่วมกับแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยที่ผ่านมา ยังสามารถรักษาอัตรากำไรจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

สำหรับความท้าทายของการทำตลาดหลังจากนี้ คือ การที่ SABINA มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ชุดชั้นในไทยที่แข็งแกร่ง ดังนั้น กลยุทธ์การตลาดที่สำคัญจึงอยู่ที่การเพิ่มโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นโปรดักส์ที่เกิดขึ้นจากโอกาสต่างๆ เช่น กีฬา ที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นและกลายเป็นกระแส ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน HYROX  หรือการวิ่ง ซึ่งเป็นโอกาสของ SABINA ที่จะผลิตสินค้าแอคทีฟแวร์เข้ามาเสริม และด้วยดีไซน์ที่เน้นความเป็นแฟชั่นผสานกับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ ทำให้สินค้าในกลุ่มนี้ของ SABINA เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยพอร์ตสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ชุดชั้นในขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ ซึ่งคาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 5% ของพอร์ตรวมได้ภายในปีนี้ตามเป้าหมายที่วางไว้

Back to top button